Scan to Download
MAKE logo
MAKE logo

ก่อนยื่นต้องรู้! ขอวีซ่าอเมริกา ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?

# คำถามการเงินยอดฮิต

Visa America.png ขอวีซ่าอเมริกา ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? คนที่กำลังวางแผนเดินทางไปอเมริกา ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียนต่อ หรือทำงาน อาจจะรู้สึกกังวลในส่วนของการทำวีซ่า เพราะอย่างที่รู้กันว่า ต้องใช้เอกสารมากมาย และมีหลายสิ่งหลายอย่างให้ต้องเตรียม รวมไปถึงการมีเงินในบัญชีด้วย!

ขอวีซ่าอเมริกา ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่? รู้คุณสมบัติสำคัญก่อนยื่น

สถานทูตอเมริกาไม่ได้กำหนดยอดเงินขั้นต่ำในบัญชีที่ชัดเจน แต่จะพิจารณาจากความมั่นคงทางการเงินโดยรวมและความสมเหตุสมผลของจำนวนเงินเมื่อเทียบกับวัตถุประสงค์ในการเดินทาง

โดยทั่วไปแล้ว การมีเงินในบัญชีที่ 100,000-300,000 บาทขึ้นไป ถือว่าเหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยว แต่ยอดเงินควรสะท้อนถึงแผนการเดินทางและค่าใช้จ่ายที่เป็นไปได้

แต่การพิจารณาอนุมัติวีซ่าอเมริกาไม่ได้มองแค่ยอดเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ประกอบการพิจารณาด้วย ได้แก่:

1. การเงิน

ความมั่นคงทางการเงินเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติ สถานทูตจะดูจากรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน เพื่อดูว่าคุณมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอหรือไม่ และมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางหรือไม่ ที่สำคัญคือเงินในบัญชีควรเป็นเงินที่สะสมมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่เงินที่โอนเข้ามาก้อนใหญ่ก่อนยื่นวีซ่า

2. อาชีพและสถานภาพ

ความมั่นคงด้านอาชีพการงานส่งผลต่อการพิจารณาอย่างมาก หนังสือรับรองการทำงาน สัญญาจ้างงาน หรือหลักฐานการประกอบธุรกิจ จะช่วยยืนยันว่าคุณมีเหตุผลที่จะกลับมาประเทศไทยหลังจากเดินทาง นอกจากนี้สถานภาพการสมรส การมีครอบครัว หรือทรัพย์สินในไทย ก็เป็นปัจจัยบวกที่แสดงถึงความผูกพันกับประเทศบ้านเกิด

3. จุดประสงค์และแผนการเดินทาง

ระบุจุดประสงค์และแผนการเดินทางให้ชัดเจน โดยไม่จำเป็นต้องลงทุกรายละเอียด เพียงแต่บอกข้อมูลคร่าว ๆ เช่น หากเดินทางเพื่อท่องเที่ยว ควรแจ้งว่าจะเดินทางกี่วัน ตั้งใจไปท่องเที่ยวในรัฐใดบ้าง พักอาศัยที่ไหน และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หรือหากเดินทางเพื่อไปเยี่ยมญาติหรือคนรู้จัก ควรระบุความสัมพันธ์ สถานที่พักอาศัย และระยะเวลาให้ชัดเจน การมีข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้แผนการเดินทางดูสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ค่าธรรมเนียมขอวีซ่าอเมริกา: ต้องเตรียมเงินเท่าไหร่?

ค่าธรรมเนียมทำวีซ่าอเมริกาแตกต่างกันตามประเภทวีซ่า และต้องชำระล่วงหน้าก่อนจองวันสัมภาษณ์ โดยเป็นค่าธรรมเนียมที่ไม่สามารถขอคืนเงินได้ ไม่ว่าวีซ่าจะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม

สำหรับวีซ่าประเภทที่คนไทยยื่นบ่อย ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับเดียวกัน โดยรายละเอียดแบ่งตามประเภทวีซ่าได้ดังนี้

  • วีซ่าสำหรับธุรกิจหรือเดินทางท่องเที่ยว (ประเภท B1/B2) ค่าธรรมเนียม **185 ดอลลาร์สหรัฐ
    **เป็นวีซ่าสำหรับผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติระยะสั้น

  • วีซ่าสำหรับผ่านแดน (ประเภท C1) ค่าธรรมเนียม **185 ดอลลาร์สหรัฐ
    **ใช้สำหรับผู้ที่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องหรือเดินทางผ่านสหรัฐฯ เพื่อไปยังประเทศปลายทางอื่น

  • วีซ่าสำหรับนักเรียนและโครงการแลกเปลี่ยน (ประเภท F, J และ M) ค่าธรรมเนียม **185 ดอลลาร์สหรัฐ
    **ครอบคลุมนักเรียนสายวิชาการ นักเรียนสายวิชาชีพ และนักเรียนในโครงการแลกเปลี่ยน โดยนอกจากค่าธรรมเนียมวีซ่าแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม เช่น ค่าธรรมเนียม SEVIS

  • วีซ่าสำหรับแรงงานชั่วคราวตามฤดูกาล พนักงานฝึกหัด (ประเภท H) ค่าธรรมเนียม **205 ดอลลาร์สหรัฐ
    **เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับการว่าจ้างไปทำงานในสหรัฐฯ เป็นการชั่วคราวตามสัญญาจ้าง

  • วีซ่าสำหรับคู่หมั้นหรือคู่สมรสของพลเมืองสหรัฐฯ (ประเภท K) ค่าธรรมเนียม **265 ดอลลาร์สหรัฐ
    **เป็นวีซ่าที่มีขั้นตอนและการตรวจสอบค่อนข้างละเอียด จึงมีค่าธรรมเนียมสูงกว่าวีซ่าทั่วไป

  • วีซ่าสำหรับพนักงานที่ย้ายไปทำงานชั่วคราวภายใต้บริษัทในเครือเดียวกัน (ประเภท L) ค่าธรรมเนียม **205 ดอลลาร์สหรัฐ
    **ใช้สำหรับการโอนย้ายพนักงานระหว่างบริษัทแม่และบริษัทสาขาในสหรัฐฯ

หลังจากชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว ผู้ยื่นจึงจะสามารถนำใบยืนยันไปใช้จองวันสัมภาษณ์ได้ ดังนั้นควรตรวจสอบประเภทวีซ่าให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น อย่างไรก็ดี ค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงได้ โดยสามารถตรวจสอบค่าธรรมเนียมและประเภทวีซ่าได้ผ่านเว็บไซต์ https://www.ustraveldocs.com/th/th/step-3

วิธีชำระค่าธรรมเนียม

  • ชำระผ่านธนาคารที่กำหนด
    สามารถพิมพ์ใบชำระเงินและนำไปชำระที่ธนาคารที่กำหนดตามขั้นตอนในระบบ
  • ชำระผ่านระบบโอนเงินออนไลน์ (Electronic Funds Transfer – EFT)
    ชำระเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้งของธนาคาร โดยใช้หมายเลขอ้างอิงที่ระบบออกให้
  • ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต (สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ)
    สามารถชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต โดยระบบจะเรียกเก็บเงินเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ตามอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ออกบัตร

โดยค่าธรรมเนียมวีซ่าไม่สามารถขอคืนหรือโอนให้ผู้อื่นได้ ควรตรวจสอบประเภทวีซ่าและวิธีชำระเงินให้ถูกต้องก่อนดำเนินการ

พาส่อง! วีซ่าอเมริกาแต่ละแบบ ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?

วีซ่าท่องเที่ยวและธุรกิจ (B1/B2)

วีซ่าประเภทนี้เป็นวีซ่าที่คนไทยยื่นกันมากที่สุด ใช้สำหรับการท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือทำธุรกิจระยะสั้น สำหรับวีซ่า โดยทั่วไปแล้ว ยอดเงินที่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายได้อย่่างสมเหตุสมผลจะอยู่ที่ 100,000-300,000 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่จะพำนักและแผนการเดินทาง

โดยหลักการสำคัญคือ ค่าใช้จ่ายที่แสดงควรครอบคลุมรายการพื้นฐาน เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร และค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทาง

ยอดเงินที่นำมาประกอบยื่นวีซ่าควรอยู่ในบัญชีมาอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเงินที่สะสมมาอย่างสม่ำเสมอจากรายได้จริง ไม่ใช่เงินที่ยืมมาหรือโอนเข้าก้อนใหญ่เพื่อแสดงต่อสถานทูตเท่านั้น

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญอีกอย่างก็คือ การแสดงเหตุผลที่ชัดเจนในการเดินทางกลับประเทศไทย เช่น มีงานประจำ ภาระผูกพันทางครอบครัว หรือทรัพย์สินในประเทศ เพื่อให้สถานทูตมั่นใจว่าผู้ยื่นวีซ่ามีความตั้งใจเดินทางกลับตามกำหนดเวลา

วีซ่านักเรียน (F1)

สำหรับนักเรียนที่ต้องการไปเรียนต่อในอเมริกา วีซ่า F1 จะเน้นที่หลักฐานการเงินที่มั่นคงและยั่งยืน มากกว่าวีซ่าท่องเที่ยว คุณต้องพิสูจน์ว่ามีเงินเพียงพอสำหรับค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพตลอดหลักสูตร ซึ่งอาจต้องใช้เงินหลายแสนถึงหลายล้านบาทขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและระยะเวลาการศึกษา

หลักฐานการเงินที่สถานทูตยอมรับได้แก่:

  • Bank Statement ของตัวนักเรียนเองหรือผู้ปกครอง แสดงยอดเงินในบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน
  • หนังสือรับรอง Sponsor จากผู้ปกครอง พร้อมหลักฐานรายได้และภาษีของผู้ปกครอง
  • จดหมายยืนยันทุนการศึกษา (ถ้ามี) จากมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานที่ให้ทุน
  • เอกสารทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน หุ้น เพื่อแสดงความมั่นคงทางการเงินของครอบครัว

สิ่งสำคัญคือต้องแสดงให้เห็นว่ามีเงินเพียงพออย่างน้อยสำหรับปีแรก ของการศึกษา และมีแผนการเงินที่ชัดเจนสำหรับปีต่อๆ ไป

วีซ่าทำงาน (H1B, L1 และอื่นๆ)

สำหรับวีซ่าทำงาน สถานทูตจะเน้นเอกสารจากนายจ้างมากกว่าเงินในบัญชี เพราะนายจ้างในอเมริกาจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายและดูแลคุณ เอกสารที่สำคัญได้แก่ Petition ที่นายจ้างยื่นต่อ USCIS, สัญญาจ้างงาน และรายละเอียดเงินเดือนและสวัสดิการ

แม้ว่าเงินในบัญชีจะไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่การมีเงินออมที่เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้น ประมาณ 100,000-200,000 บาท ก็จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ เพราะแสดงว่าคุณมีความพร้อมและไม่ต้องพึ่งพานายจ้าง 100% ตั้งแต่วันแรก นอกจากนี้ยังแสดงถึงความรับผิดชอบและการวางแผนการเงินที่ดี

โดยสรุปแล้ว ไม่มียอดเงินตายตัวที่รับประกันว่าจะผ่านวีซ่าแน่นอน แต่การมีเงินที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ มาจากรายได้สม่ำเสมอ และพร้อมด้วยเอกสารประกอบที่ครบถ้วน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับการอนุมัติอย่างมาก

เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าอเมริกา: เช็กให้ครบก่อนยื่น

Visa America-2.png

1. เอกสารพื้นฐานที่จำเป็น

  • พาสปอร์ตตัวจริง - ต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนนับจากวันที่วางแผนจะเดินทางกลับ และมีหน้าว่างสำหรับติดวีซ่าอย่างน้อย 1 หน้า หากมีพาสปอร์ตเล่มเก่าที่เคยได้วีซ่าอเมริกาหรือประเทศอื่นๆ ควรนำไปด้วยเพื่อแสดงประวัติการเดินทาง
  • ใบยืนยันการกรอกแบบฟอร์ม DS-160 - คือแบบฟอร์มออนไลน์ที่ต้องกรอกข้อมูลก่อนนัดสัมภาษณ์ ต้องกรอกให้ถูกต้องและครบถ้วน เพราะข้อมูลในนี้จะถูกนำไปใช้ในการพิจารณา หลังกรอกเสร็จจะได้รหัสยืนยัน (Confirmation Number) และหน้า Confirmation Page ที่ต้องปริ้นท์นำไปในวันสัมภาษณ์
  • ใบยืนยันนัดสัมภาษณ์ (Appointment Confirmation) - หลังจากชำระค่าธรรมเนียมและจองนัดหมายแล้ว จะได้ใบนัดหมายที่ระบุวัน เวลา และสถานที่สัมภาษณ์ ต้องนำไปแสดงที่เคาน์เตอร์เช็คอินในวันสัมภาษณ์
  • รูปถ่ายตามมาตรฐานสถานทูต - ขนาด 2x2 นิ้ว (51x51 มม.) ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน พื้นหลังสีขาว ไม่สวมแว่นตา ไม่ใส่หมวกหรือเครื่องประดับที่บังใบหน้า หน้าตรง แสดงใบหน้าชัดเจน ควรเตรียมไป 2-3 รูปเผื่อไว้

2. เอกสารด้านการเงิน

  • Statement บัญชีธนาคาร - ควรเป็นสำเนารายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน ที่แสดงให้เห็นการเข้า-ออกของเงินอย่างสม่ำเสมอ สถานทูตจะดูว่าคุณมีรายได้เข้ามาเป็นประจำและมีเงินเหลือสะสมหรือไม่ ควรขอ Statement ที่มีตราประทับธนาคารหรือดาวน์โหลดจากแอปธนาคารที่มีข้อมูลครบถ้วน
  • เอกสารรายได้ - สลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือนจากนายจ้าง สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ ควรมีงบการเงินของธุรกิจ หรือหลักฐานรายได้จากการทำงาน
  • หนังสือรับรองการทำงาน - ระบุตำแหน่ง เงินเดือน วันเริ่มงาน และการอนุญาตให้ลาพักร้อน เป็นเอกสารสำคัญที่แสดงถึงความมั่นคงในอาชีพและเหตุผลที่ต้องกลับมาทำงานต่อ
  • เอกสารธุรกิจ - สำหรับเจ้าของกิจการ ควรมีทะเบียนการค้า ภ.พ.20 หรือหนังสือรับรองบริษัท และงบการเงินของธุรกิจ เพื่อแสดงว่ามีธุรกิจที่ต้องดูแลอยู่ในไทย

3. เอกสารเสริมเพิ่มความน่าเชื่อถือ

  • แผนการเดินทาง (Itinerary) - รายละเอียดการเดินทางทั้งหมด เช่น จะไปที่ไหนบ้าง พักที่ไหน กี่คืน ทำอะไรในแต่ละวัน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพชัดเจนว่าคุณไปทำอะไร และมีแผนกลับอย่างแน่นอน
  • ตั๋วเครื่องบินและการจองที่พัก - แม้จะยังไม่ต้องซื้อตั๋วจริงก่อนได้วีซ่า แต่การมี Flight Reservation หรือ Hotel Booking ที่สามารถยกเลิกได้ จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ แสดงว่าคุณวางแผนการเดินทางอย่างจริงจัง
  • หลักฐานผูกพันกลับไทย - นี่คือส่วนที่สำคัญมาก เพราะสถานทูตต้องการมั่นใจว่าคุณจะกลับประเทศไทยหลังจากเดินทาง ตัวอย่างหลักฐานที่ดี ได้แก่:
    • โฉนดที่ดินหรือสัญญาซื้อขายบ้านในนามคุณหรือคู่สมรส
    • สัญญาจ้างงานระยะยาว หรือหนังสือรับรองตำแหน่งสำคัญในบริษัท
    • ใบสมรส และสูติบัตรบุตร หากมีครอบครัวในไทย
    • หลักฐานการลงทุนในไทย เช่น พอร์ตหุ้น บัญชีฝากประจำ

เอกสารเฉพาะกลุ่ม

สำหรับนักเรียน (วีซ่า F1) ต้องมีเอกสารเพิ่มเติม ได้แก่:

  • แบบฟอร์ม I-20 จากมหาวิทยาลัยที่จะไปเรียน
  • ผลการเรียน Transcript และใบรับรองจบการศึกษา
  • ผลสอบ SAT, TOEFL หรือ IELTS
  • หลักฐานการเงินของผู้ปกครองและหนังสือรับรอง Sponsor

จะขอวีซ่าอเมริกาอย่าลืมเตรียมพร้อมทั้งเอกสารและบัญชี

การเพิ่มโอกาสผ่านวีซ่าอเมริกาไม่ใช่แค่มีเงินในบัญชีมากพอ แต่ต้องรู้วิธีเตรียมตัวอย่างถูกต้องและดูน่าเชื่อถือด้วย

เดินบัญชีให้สม่ำเสมอ

สถานทูตให้ความสำคัญกับความเป็นจริงของเงินในบัญชี จึงต้องหลีกเลี่ยงการฝากเงินก้อนใหญ่ก่อนวันสัมภาษณ์ เพราะสถานทูตต้องการเห็น "เงินเข้า-ออกตามจริง" ที่สะท้อนรายได้และการใช้จ่ายประจำของคุณ การมีรายการเดินบัญชีที่สม่ำเสมอจากเงินเดือนหรือรายได้จากธุรกิจในช่วง 3-6 เดือนจะดูน่าเชื่อถือกว่าการมียอดเงินสูงที่เกิดจากการโอนเงินเข้ามาก้อนเดียวทันทีก่อนยื่นวีซ่า

เตรียมเอกสารรายได้ให้ครบถ้วน

นอกจากเงินในบัญชีแล้ว การมีเอกสารที่พิสูจน์รายได้จริงก็สำคัญมาก เช่น สลิปเงินเดือน 3-6 เดือนล่าสุด หนังสือรับรองการทำงานที่ระบุตำแหน่งและเงินเดือน หรือเอกสารธุรกิจสำหรับเจ้าของกิจการ เอกสารเหล่านี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินและสนับสนุนข้อมูลในบัญชีธนาคารของคุณ

เตรียมเหตุผลการเดินทางให้ชัดเจน

สถานทูตต้องการความมั่นใจว่าคุณจะกลับประเทศไทยหลังจากเดินทาง จึงควรมีแผนการเที่ยวที่ชัดเจน ตั๋วเครื่องบิน (แม้จะเป็นแค่ Reservation) การจองที่พัก และหลักฐานผูกพันกลับไทย เช่น งานประจำที่มีสัญญาจ้างงานระยะยาว ทรัพย์สิน โฉนดที่ดิน หรือครอบครัวที่ต้องดูแล สิ่งเหล่านี้จะทำให้สถานทูตมั่นใจว่าคุณมีเหตุผลที่จะกลับมา

ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการเงิน

MAKE by KBank มีฟีเจอร์ Cloud Pocket ที่จะช่วยให้คุณแยกเงินออกเป็นกระเป๋าต่างๆ เช่น

  • งบขอวีซ่า สำหรับเก็บเงินที่จะใช้แสดงต่อสถานทูต
  • งบค่าตั๋วเครื่องบิน สำหรับเก็บเงินซื้อตั๋ว
  • งบค่าใช้จ่าย" สำหรับเก็บเงินที่จะใช้ในการเดินทาง

ทำให้บัญชีดูเป็นระบบและช่วยวางแผนจำนวนเงินที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นได้ดีขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถขอรายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังผ่าน MAKE by KBank ได้ด้วยตัวเอง สะดวก รวดเร็ว

ขอวีซ่าอเมริกาไม่ใช่เรื่องยาก เพียงเตรียมตัวให้พร้อม

Visa America-1.png แม้จะไม่มีตัวเลขตายตัวว่า ขอวีซ่าอเมริกา ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ แต่หากคุณเตรียมบัญชีให้สะท้อนรายได้จริง มีเอกสารครบ และแผนการเดินทางชัดเจนก็จะช่วยให้ง่ายต่อการทำเรื่องมากขึ้น หากกำลังวางแผนยื่นวีซ่า ลองเริ่มจัดการเงินและเอกสารตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้การขอวีซ่าอเมริกาเป็นเรื่องที่ง่ายและมั่นใจมากขึ้นในทุกขั้นตอน

Back to Home

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ