

มนุษย์เงินเดือนทุกคนน่าจะคุ้น ๆ และสงสัยกันใช่ไหมว่า กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คืออะไร เพราะมักจะได้ยินคำนี้อยู่ในสวัสดิการบริษัท และถูกหักเงินจากเงินเดือนเข้ากองทุนแบบอัตโนมัติทุกเดือนเลย แล้วเงินก้อนนี้ถูกเอาไปเก็บไว้ที่ไหน ใครเป็นคนบริหาร แล้วสุดท้ายเราจะได้อะไรกลับมาบ้าง บทความนี้เราจะชวนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกัน จะได้วางแผนการเงินและใช้สิทธิประโยชน์จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้คุ้มค่าที่สุดตั้งแต่ทำงานวันแรก
เรามาทำความเข้าใจถึงความหมายพื้นฐานของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และความแตกต่างจากการออมเงินทั่วไปกันก่อน เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า กองทุนนี้ทำงานอย่างไร และช่วยวางแผนการเงินของมนุษย์เงินเดือนได้อย่างไรบ้าง
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ Provident Fund คือ กองทุนระยะยาวประเภทหนึ่งที่ลูกจ้างและนายจ้างร่วมกันสะสมเงินด้วยความสมัครใจ โดยนายจ้างจะหักเงินเดือนส่วนหนึ่งไปใส่ในกองทุน และผู้จัดการกองทุนเป็นผู้บริหารและลงทุนเงินตามนโยบายที่กำหนดไว้ เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินออมก้อนใหญ่ไว้ใช้ในยามออกจากงาน เกษียณอายุ รวมถึงเป็นหลักประกันให้กับครอบครัวเมื่อลูกจ้างเสียชีวิตได้อีกด้วย
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีจุดเด่นสำคัญ คือ เป็นการออมเงินร่วมกับนายจ้าง โดยพนักงานไม่ได้ออมเพียงฝ่ายเดียว แต่ได้รับเงินสมทบจากบริษัทเพิ่มเติม ซึ่งเปรียบเหมือนผลตอบแทนจากการทำงานในระยะยาว อีกทั้งเงินในกองทุนยังถูกบริหารภายใต้กรอบกฎหมายและดูแลโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ ช่วยให้การออมมีระบบและต่อเนื่อง
เมื่อเทียบกับการออมเงินแบบทั่วไป ที่มักเป็นการเก็บเงินด้วยตัวเอง เช่น ฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์หรือแยกเงินเก็บเป็นก้อน ๆ แม้จะมีความยืดหยุ่นสูง แต่ก็ต้องพึ่งวินัยส่วนบุคคลเป็นหลัก หากเผลอใช้เงินหรือขาดความต่อเนื่อง การออมอาจสะดุดได้ง่าย ก็จะเก็บเงินออมให้บรรลุเป้าได้ยากกว่า

ใครที่อยากลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บอกได้เลยว่า เริ่มต้นลงทุนได้ไม่ยาก เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ หนึ่งในสวัสดิการที่บริษัทจัดเตรียมไว้ให้ เพียงแค่สมัครเข้าร่วมลงทุนเท่านั้นเอง มาดูกันดีกว่าว่า เมื่อจ่ายเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วจะเป็นอย่างไร
เมื่อเข้าร่วมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทจะหักเงินเดือนส่วนหนึ่งไปทุกเดือน ซึ่งจะหักมากหักน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับ % ของเงินเดือนที่เราเลือก โดยมีตั้งแต่ 2% ไปจนถึง 15% ของเงินเดือนเลยทีเดียว จากนั้นเงินก้อนนี้ก็จะถูกนำไปลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย ตราสารต่างประเทศ และกองทุนผสม
เมื่อถึงเวลาที่เราลาออกจากบริษัทหรือเกษียณอายุออกไป ก็จะได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งหมดตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ของบริษัทแต่ละแห่ง ทำให้เรามีเงินออมที่มากพอในการใช้จ่ายในช่วงที่ว่างงาน และสามารถใช้ชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีคุณภาพ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ การลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้เป็นแค่เงินออมเท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ทางด้านภาษีและความมั่นคงทางการเงินให้กับเราได้อีกด้วย โดยมีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ ดังนี้
ตัวอย่างเช่น เงินเดือน 30,000 บาท สะสม 5% = 1,500 บาท นายจ้างสมทบอีก 5% รวมเป็น 3,000 บาทต่อเดือน ภายใน 1 ปี จะมีเงินออมอย่างน้อย 36,000 บาท โดยที่ยังไม่รวมผลตอบแทนจากการลงทุน
สิ่งสำคัญของการมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ การบริหารเงินก้อนนี้ให้ตอบโจทย์กับเป้าหมายชีวิตในระยะยาวตั้งแต่ช่วงที่ยังทำงานอยู่ ไปจนถึงวันที่ลาออกจากงานหรือเกษียณอายุงานไป ดังนั้น ถ้าได้รู้เคล็ดลับด้านล่างนี้ ก็จะช่วยให้วางแผนลงทุนและจัดการเงินก้อนให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ไม่ยาก
การใช้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้คุ้มค่าที่สุดนั้น ควรเริ่มจากการตั้งเป้าหมายในการเก็บเงินให้ชัด เช่น อยากมีเงิน 5 ล้านบาทตอนอายุ 60 ปี จากนั้น “คำนวณเงินเข้ากองทุนต่อเดือน” ให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจลงทุนจริง โดยใช้สูตรตามด้านล่างนี้
เงินสะสมของเรา/เดือน = เงินเดือน × % ที่เราเลือกสะสม (ตามสิทธิเลือกออมได้ประมาณ 2%–15%)
เงินสมทบนายจ้าง/เดือน = เงินเดือน × % ที่บริษัทสมทบ (โดยทั่วไปอยู่ในช่วงประมาณ 2%–15% ตามข้อบังคับกองทุน)
เงินเข้ากองทุนรวม/เดือน = เงินสะสม + เงินสมทบ
เงินเข้ากองทุนรวม/ปี = เงินเข้ากองทุนรวม/เดือน × 12
ตัวอย่างเช่น ถ้าเงินเดือน 30,000 บาท และเลือกสะสมเข้ากองทุน 5% จะถูกหักเงินเดือนเดือนละ 1,500 บาท ขณะเดียวกันบริษัทสมทบให้อีก 5% เท่ากับ 1,500 บาท รวมแล้วเงินเข้ากองทุนเดือนละ 3,000 บาท หรือปีละ 36,000 บาท (ยังไม่รวมผลตอบแทนจากการลงทุน) จากนั้นค่อยปรับเปอร์เซ็นต์การสะสมให้เหมาะกับรายได้และเป้าหมายเกษียณ เพื่อไม่ให้กระทบค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันมากเกินไป
เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการออมเงินในระยะยาวที่ไม่สามารถถอนออกมาใช้ได้เหมือนบัญชีออมทรัพย์ การมีเงินสดติดตัวหรือเงินเก็บเผื่อกรณีฉุกเฉินจึงยังจำเป็นอยู่ โดยเรามีตัวช่วยอย่าง MAKE by KBank แอปจัดการการเงินที่มีฟีเจอร์ Cloud Pocket ช่วยแบ่งเงินเป็นกระเป๋าย่อย ๆ ทำให้งบแต่ละส่วนไม่ปะปนกัน และบริหารเงินได้เป็นระบบมากขึ้น
ดาวน์โหลด MAKE by KBank ได้เลยทั้งบน App Store และ Google Play