Scan to Download
MAKE logo
MAKE logo

สรุปสิทธิ "เงินชดเชยเลิกจ้าง" ที่คนทำงานควรรู้ ถูกเลิกจ้างได้เงินเท่าไหร่?

# คำถามการเงินยอดฮิต

เงินชดเชยเลิกจ้าง.png เงินชดเชยเลิกจ้าง คือเงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้าง โดยจำนวนเงินจะขึ้นอยู่กับอายุงานและเงินเดือน ซึ่งเป็นสิทธิที่กฎหมายแรงงานกำหนดไว้เพื่อช่วยลูกจ้างในช่วงเปลี่ยนงาน

แล้วเงินชดเชยเลิกจ้างได้เท่าไหร่? ได้เมื่อไหร่? หรือกรณีไหนจะไม่ได้? บทความนี้จะช่วยสรุปทุกเรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับเงินชดเชยเลิกจ้างแบบเข้าใจง่ายในที่เดียว

เงินชดเชยเลิกจ้าง คืออะไร?

เงินชดเชยเลิกจ้าง (Severance Pay) คือ เงินที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้าง โดยอ้างอิงตามกฎหมายแรงงาน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางการเงินของลูกจ้างในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ การจ่ายเงินชดเชยจะขึ้นอยู่กับอายุงานและต้องเป็นกรณีที่ไม่เข้าข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนดไว้

เงินชดเชยหลังเลิกจ้าง ต้องจ่ายวันไหน?

ตาม กฎหมายแรงงาน แล้ว นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างและเงินเดือน ในวันที่เลิกจ้างงาน หรือ ภายใน 3 วันนับตั้งแต่วันที่เลิกจ้างงาน โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ลูกจ้างจะได้รับสิทธินี้ คือ:

  • เป็นการเลิกจ้างโดยที่ลูกจ้างไม่มีความผิดและนายจ้างตัดสินใจเอง เช่น มีการลดขนาดองค์กร ปิดกิจการ หรือจ้างออกด้วยเหตุผลทางธุรกิจ
  • ลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 120 วันขึ้นไป
  • ไม่ใช่การลาออกเอง

และหากเป็นการเลิกจ้างกะทันหันโดยไม่บอกล่วงหน้า 1 งวดการจ่ายค่าจ้าง (หรือ 30 วัน) นายจ้างต้องจ่าย "ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า" (Payment in Lieu of Notice) หรือที่เรียกกันว่า ค่าตกใจ ในวันที่เลิกจ้างด้วย

กรณีใดบ้างที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย?

ไม่ใช่ว่าการเลิกจ้างทุกครั้งจำเป็นต้องมาพร้อมกับเงินชดเชย โดยกฎหมาย ม. 119 มีข้อยกเว้นให้นายจ้างสามารถเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายชดเชย หากลูกจ้างมีพฤติกรรมต่อไปนี้

  • ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดเกี่ยวกับงาน
  • จงใจทำหรือประมาทในหน้าที่การงานจนทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับในการทำงานและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือเตือน)
  • ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันทำงาน โดยไม่มีเหตุสมควร
  • ทำงานไม่ครบ 120 วัน
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด

ลาออกได้เงินชดเชยเลิกจ้างไหม? ความแตกต่างระหว่างการลาออก กับ การถูกเลิกจ้าง

ลูกจ้างที่ตัดสินใจการลาออกเองจะ ไม่ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง เพราะกฎหมายกำหนดให้สิทธินี้เฉพาะกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายยุติสัญญาจ้างเท่านั้น แต่ก็ยังมีสิทธิพื้นฐานอื่น ๆ ที่คนลาออกควรได้รับ เช่น

  • เงินเดือนค้างจ่ายจนถึงวันสุดท้ายของการทำงาน
  • ค่าชดเชยวันลาพักร้อนสะสม (ถ้ามีวันลาที่ไม่ได้ใช้)
  • เงินชดเชยว่างงาน โดยลูกจ้างต้องขึ้นทะเบียนว่างงานกับประกันสังคมด้วยตัวเอง เพื่อขอรับเงินส่วนนี้

เงินชดเชยว่างงาน คืออะไร?

เงินชดเชยว่างงาน เป็นสิทธิจากประกันสังคมที่คนทำงานหลาย ๆ คนมักมองข้ามไป โดยเป็นเงินช่วยเหลือในช่วงที่ไม่มีงานทำ เพื่อพยุงรายได้ระหว่างหางานใหม่ ซึ่งจะเป็นคนละส่วนกับเงินชดเชยเลิกจ้าง และต้องยื่นขอรับสิทธิเอง โดยสามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ของ สำนักงานประกันสังคม หรือไปยื่นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมใกล้บ้านก็ได้

  • กรณีถูกเลิกจ้าง: ได้รับเงินชดเชยว่างงาน 50% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลา 180 วัน
  • กรณีลาออกเอง: ได้รับเงินชดเชยว่างงาน 30% ของค่าจ้าง (ฐานสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท) เป็นเวลา 90 วัน

เงินชดเชยเลิกจ้าง คำนวณอย่างไร?

เงินชดเชยเลิกจ้างจะคำนวณตาม “อายุงาน” และ “อัตราค่าจ้างสุดท้าย” หรือเงินเดือนนั่นเอง วิธีคำนวณคือ นำเงินเดือนอัตราสุดท้ายมาหารด้วย 30 (30 วัน) เพื่อให้เป็นค่าจ้างรายวัน แล้วนำไปคูณด้วยจำนวนวันค่าจ้างตามอายุงานตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

เงินชดเชยเลิกจ้าง = (เงินเดือน ÷ 30 วัน) x จำนวนวันค่าจ้างตามอายุงาน

โดยพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน กำหนดอัตราเงินชดเชยตามจำนวนวันค่าจ้างที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ หรือก็คือถ้ายิ่งทำงานนาน จำนวนเงินชดเชยก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นตามลำดับนั่นเอง

อัตราเงินชดเชยและจำนวนวันค่าจ้างตามอายุงาน (พ.ศ. 2569)

  • ทำงานครบ 120 วัน – 1 ปี: ได้รับ 30 วัน
  • อายุงาน 1 ปี – 3 ปี: ได้รับ 90 วัน
  • อายุงาน 3 ปี – 6 ปี: ได้รับ 180 วัน
  • อายุงาน 6 ปี – 10 ปี: ได้รับ 240 วัน
  • อายุงาน 10 ปี – 20 ปี: ได้รับ 300 วัน
  • อายุงาน 20 ปีขึ้นไป: ได้รับ 400 วัน

อ้างอิงข้อมูลจาก กระทรวงแรงงาน

ตัวอย่างการคำนวณเงินชดเชยเลิกจ้าง

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราลองมาดูตัวอย่างการคำนวณผ่านสถานการณ์จริง เช่น

ตัวอย่างที่ 1

นาย A ทำงานกับบริษัทมา 5 ปี ได้รับเงินเดือน 25,000 บาท เท่ากับอายุงานอยู่ในช่วง 3–6 ปี จึงมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย 180 วัน ฉะนั้น ในวันที่ถูกเลิกจ้าง เจ้านายของนาย A ต้องจ่าย (25,000 ÷ 30) × 180 = 150,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2

นาย B ทำงานกับบริษัทมา 12 ปี ได้รับเงินเดือน 40,000 บาท มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชย 300 วัน ด้วยอายุงานที่อยู่ในช่วง 10–20 ปี ในวันที่ถูกเลิกจ้าง นาย B จะได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างเท่ากับ (40,000 ÷ 30) × 300 = 400,000 บาท

ถูกเลิกจ้าง ได้สิทธิอะไรเพิ่มเติมนอกจากเงินชดเชยเลิกจ้าง?

นอกจากเงินชดเชยเลิกจ้าง ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับเงินส่วนอื่น ๆ เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการจ้างงาน เช่น

  • ค่าชดเชยแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือค่าตกใจ(หากไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามกำหนด)
  • ค่าพักร้อนคงเหลือที่ยังไม่ได้ใช้
  • ค่าทำงานล่วงเวลา หรือเงินค้างจ่ายอื่น ๆ

หากไม่ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้าง ควรทำอย่างไร?

เงินชดเชยเลิกจ้าง_01.png หากถูกเลิกจ้างแต่ไม่ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างภายใน 3 วันหรือได้รับต่ำกว่าที่ควร สิ่งสำคัญเลยคือ อย่าเพิ่งตกใจ และเริ่มตรวจสอบสิทธิของตัวเองก่อน โดยค่อย ๆ เช็กข้อมูลและดำเนินการเป็นขั้นตอน ตามนี้

ตรวจสอบเอกสารหนังสือเลิกจ้าง

ขั้นแรกเลยคือ ควรตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลิกจ้าง เพื่อดูว่าเข้าเงื่อนไขได้รับเงินชดเชยหรือไม่ โดยเช็กว่า

  • วันที่เลิกจ้างตรงกับวันที่หยุดงานจริงหรือไม่
  • เหตุผลที่ระบุในหนังสือเลิกจ้างชัดเจนหรือไม่ และว่าเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายหรือไม่
  • มีสลิปเงินเดือนหรือค่าจ้างล่าสุดที่นำมาคำนวณเงินชดเชย

ยื่นร้องเรียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หากไม่ได้รับเงินชดเชยเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม สามารถยื่นร้องเรียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใน 30 วัน โดยเตรียมเอกสาร เช่น หนังสือเลิกจ้าง สลิปเงินเดือน และสัญญาจ้างและยื่นคำร้องด้วยตนเองกับสำนักสวัสดิการในพื้นที่ที่ทำงาน หรือผ่าน e-Service ของกรมสวัสดิการ

ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ต้องทำอย่างไร?

หากการเลิกจ้างเข้าข่าย “ไม่เป็นธรรม” เช่น ไม่มีเหตุผลระบุที่ชัดเจน, เลือกปฏิบัติ, บีบบังคับหรือกลั่นแกล้ง หรือเลิกจ้างเนื่องจากใช้สิทธิตามกฎหมาย (เช่น ลาคลอดบุตร) ลูกจ้างมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมนอกเหนือจากเงินชดเชยเลิกจ้างได้ เช่น

  • เรียกร้องค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • ขอรับค่าชดเชยเพิ่มเติม เช่น เงินโบนัส ค่าตกใจ หรือค่าชดเชยวันลาพักร้อน
  • ขอให้ศาลมีคำสั่งรับกลับเข้าทำงาน (ในบางกรณี)

การรู้สิทธิของตัวเองตั้งแต่ต้น จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่า ควรเจรจา ยื่นร้องเรียน หรือดำเนินการทางกฎหมายต่อ และช่วยให้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

สิ่งที่ควรทำทันทีหลังถูกเลิกจ้าง เพื่อความมั่นคงทางการเงิน

เงินชดเชยเลิกจ้าง_02.png การถูกเลิกจ้างเป็นเพียงแค่อีกก้าวหนึ่งบนเส้นทางชีวิตของเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ตั้งหลัก” ให้เร็วที่สุดโดยเฉพาะกับเรื่องการเงิน เพื่อให้ผ่านช่วงหางานใหม่ได้อย่างมั่นใจ

  • แบ่งเงินชดเชยเลิกจ้างเป็น 3 ส่วนหลัก: ค่าใช้จ่ายจำเป็น 3–6 เดือน, เงินสำรองฉุกเฉิน, เงินลงทุนหรือพัฒนาทักษะหางาน
  • หลีกเลี่ยงการใช้เงินด้วยอารมณ์ และวางแผนแบ่งงบก่อนจับจ่าย
  • ติดตามค่าใช้จ่ายของตัวเอง ให้รู้ทันว่าเสียเงินไปกับอะไรและประหยัดตรงไหนได้บ้าง

วางแผนการเงินให้เป็นระบบด้วย MAKE by KBank

ในช่วงที่กำลังตั้งหลักหางานใหม่ ตัวช่วยอย่างแอป MAKE by KBank สามารถทำให้การวางแผนตั้งงบการเงินของเราง่ายขึ้นได้เยอะด้วยฟีเจอร์อย่าง

  • Cloud Pocket ให้คุณสามารถแบ่งเงินออกเป็นกระเป๋าย่อย เช่น “ค่าบ้าน” “ลงทุนหางาน” และ “สำรองฉุกเฉิน” แยกค่าใช้จ่ายให้ไม่ปะปนกับเงินเก็บ
  • Expense Summary สรุปค่าใช้จ่ายตามหมวดหมู่รายจ่าย ช่วยให้ใช้เงินอย่างมีสติ และประหยัดได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

แค่เพียงรู้สิทธิของตัวเอง และรู้จักวางแผนการเงินให้ดี คุณก็จะรับมือกับช่วงเปลี่ยนผ่านได้อย่างมั่นคง และพร้อมตั้งหลักหางานใหม่ได้อย่างมั่นใจ

ดาวน์โหลด MAKE by KBank ได้แล้ววันนี้ที่ App Store และ Google Play

Back to Home

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ