Scan to Download
MAKE logo
MAKE logo

ยื่นภาษียังไง? คู่มือสำหรับคนยื่นภาษีครั้งแรก เข้าใจง่าย

# คำถามการเงินยอดฮิต

file taxes.png การยื่นภาษีถือเป็นหน้าที่สำคัญของทุกคนที่มีรายได้ตามเกณฑ์ แต่หลายคนที่ต้องยื่นภาษีเป็นครั้งแรกอาจจะยังงงว่า ยื่นภาษียังไง และต้องเตรียมอะไรบ้าง ในบทความนี้ MAKE by KBank ขอแชร์ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนการยื่นภาษี เอกสารที่ต้องใช้ และวิธียื่นภาษีออนไลน์ ให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ กัน

ยื่นภาษีคืออะไร และใครต้องยื่นบ้าง?

การยื่นภาษี คือขั้นตอนที่ผู้มีรายได้แจ้งรายได้ประจำปีต่อกรมสรรพากร เพื่อให้รัฐคำนวณภาษีที่ต้องชำระว่าควร “จ่ายเพิ่ม” หรือ “ขอคืน” ได้เท่าไร โดยข้อมูลที่ใช้คือรายได้และค่าลดหย่อนทั้งหมดในรอบปี ซึ่งหากคุณถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ระหว่างปีแล้ว การยื่นภาษีจะช่วยตรวจสอบว่าจ่ายครบ ถูกต้อง หรือจ่ายเกินจนสามารถขอคืนได้หรือไม่

พูดง่ายๆ การยื่นภาษีคือการแสดงรายได้ของคุณอย่างโปร่งใสต่อรัฐ เพื่อให้รัฐคำนวณภาษีที่แท้จริงตามรายได้สุทธิในปีนั้นๆ เป็นหน้าที่ทางกฎหมายของผู้มีรายได้ในประเทศไทย และยังเป็นโอกาสดีที่จะใช้สิทธิ์ “ลดหย่อนภาษี” เพื่อลดจำนวนเงินภาษีที่ต้องจ่ายได้อย่างถูกต้อง

ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี?

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องยื่นภาษี แต่ถ้าคุณมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด คุณมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีทุกคน เช่น

  • บุคคลธรรมดา (โสด) ที่มีรายได้เกิน 120,000 บาท/ปี
  • ผู้มีคู่สมรส ที่มีรายได้เกิน 220,000 บาท/ปี
  • ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ / ผู้มีรายได้เสริม ต้องรวมรายได้จากทุกแหล่งมาคำนวณรวมทั้งหมด

อย่างไรก็ดี กฎหมายการยื่นภาษีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ เราจึงควรมีการติดตามและอัปเดตข่าวสารอยู่เสมอ ๆ

ช่วงเวลายื่นภาษี

การยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะทำได้ปีละครั้ง ช่วง เดือนมกราคมถึงเมษายนของปีถัดไป

เช่น รายได้ปี 2568 ต้องยื่นภายใน เมษายน 2569 (กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามเงื่อนไขของแต่ละปีได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร) หากยื่นเกินกำหนด คุณอาจถูกเรียกเก็บค่าปรับหรือดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ ดังนั้น ควรยื่นให้เสร็จก่อนหมดเขต เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาและช่วยให้ได้รับเงินคืนเร็วขึ้น

เตรียมตัวยังไงก่อนยื่นภาษี? เอกสารและข้อมูลที่ต้องมี

การเตรียมเอกสารให้พร้อมคือขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การยื่นภาษีได้รวดเร็ว ไม่ตกหล่น และลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

เตรียมเอกสาร สรุปรายรับ ค่าใช้จ่ายตลอดทั้งปี

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการรวบรวมเอกสารแสดงรายได้จากทุกแหล่ง เช่น

  • ใบ 50 ทวิ - สำหรับพนักงานประจำ แสดงรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้แล้ว
  • หนังสือรับรองเงินเดือน - ใช้แทนใบ 50 ทวิในบางกรณี
  • เอกสารรายได้ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ - เช่น ค่าจ้าง ค่าบริการ หรือค่าคอมมิชชัน
  • ดอกเบี้ยและเงินปันผล - หากมีรายได้จากบัญชีเงินฝาก หุ้น หรือกองทุน

นอกจากนี้อย่าลืมรวบรวมเอกสารลดหย่อนภาษีทั้งหมด เช่น

  • ใบเสร็จ เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
  • เอกสารการชำระ ดอกเบี้ยบ้าน
  • ใบรับรองการลงทุนใน กองทุน SSF / RMF / Thai ESG
  • ใบเสร็จจากโครงการ ช้อปดีมีคืน หรือใบอนุมัติเงินบริจาค

เพื่อให้การวางแผนง่ายขึ้น สามารถใช้ฟีเจอร์ Cloud Pocket บน MAKE by KBank แยกเก็บเงินที่เกี่ยวข้องกับสิทธิลดหย่อนแต่ละประเภท เช่น ประกัน, Thai ESG หรือ ช้อปดีมีคืน จะช่วยให้เห็นยอดเงินที่จัดสรรไว้ชัดเจน และไม่ไปปะปนกับค่าใช้จ่ายอื่นในชีวิตประจำวัน

ตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อนตามสถานะของตนเอง

สิทธิ์ลดหย่อนภาษีมีหลายประเภท ขึ้นอยู่กับสถานะและภาระของแต่ละคน เช่น

  • คนยื่นภาษีครั้งแรก เช่น คนเพิ่งทำงานแรก (First Jobber) จะได้สิทธิค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และประกันสังคมตามที่จ่ายจริง
  • มีบุตร หรือพ่อแม่อยู่ในอุปการะ
  • เป็นผู้พิการ
  • มีค่าใช้จ่ายด้านประกันหรือการลงทุน

อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ล่าสุดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร (www.rd.go.th) เพื่อใช้สิทธิลดหย่อนได้ครบทุกส่วน เนื่องจากเงื่อนไขอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี

คำนวณภาษีตามสิทธิ์ที่มี

เมื่อรวบรวมข้อมูลครบแล้ว ให้นำรายได้ทั้งหมด ลบด้วยค่าลดหย่อน เพื่อคำนวณรายได้สุทธิ จากนั้นจึงนำไปคำนวณกับ อัตราภาษีตามขั้นรายได้ เพื่อดูว่าควรจ่ายเพิ่มหรือน่าจะได้เงินคืน

หากต้องชำระเพิ่ม ควรกันเงินไว้ล่วงหน้าเพื่อไม่ให้กระทบการใช้จ่าย โดยสามารถตั้ง Cloud Pocket สำหรับ “เงินค่าภาษี” โดยเฉพาะ เพื่อเก็บเงินส่วนนี้แยกไว้

วิธียื่นภาษีออนไลน์ด้วยตัวเอง (อัปเดตล่าสุด)

file taxes-01.png การยื่นภาษีออนไลน์ถือเป็นวิธีที่ สะดวก รวดเร็วที่สุดในปัจจุบัน เพราะสามารถทำผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากรได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องไปที่สำนักงานภาษี ทำให้ประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงจากเอกสารตกหล่นและต้องเดินทางไปมาหลายรอบ

1. เข้าสู่ระบบที่เว็บไซต์ rd.go.th

เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th จากนั้นเลือกเมนู “ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และเข้าสู่ระบบผู้เสียภาษี หากยังไม่เคยสมัครสมาชิก ต้องทำการ ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน และตั้งรหัสผ่าน หลังเข้าสู่ระบบเรียบร้อย จะสามารถเข้าถึงข้อมูลรายได้และเอกสารที่กรมสรรพากรมีให้ได้

2. เลือกแบบฟอร์มให้ถูกต้อง

แบบฟอร์มภาษีที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทรายได้ของคุณ

  • ภ.ง.ด.90 - สำหรับผู้มีรายได้หลายประเภท เช่น เงินเดือน + รายได้ฟรีแลนซ์ หรือรายได้อื่นๆ
  • ภ.ง.ด.91 - สำหรับผู้มีรายได้จากเงินเดือนประจำเพียงอย่างเดียว

การเลือกแบบฟอร์มให้ตรงประเภทรายได้ จะช่วยให้กรอกข้อมูลง่ายขึ้นและลดข้อผิดพลาดในการยื่นภาษี

3. กรอกข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อน

ระบบจะดึงข้อมูลบางส่วนอัตโนมัติ เช่น เงินเดือนหรือภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า ผู้ยื่นควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล และสามารถแก้ไขหรือเพิ่มข้อมูลเพิ่มเติมได้ เช่น รายได้จากอาชีพเสริม หรือค่าลดหย่อนอื่นๆ

4. ตรวจสอบและยืนยันการยื่น

ก่อนกดยืนยันการยื่นทุกครั้ง ควรตรวจทานรายละเอียดอีกครั้ง เช่นตรวจสอบตัวเลขรายได้, เลขบัญชีรับเงินคืน, และเอกสารแนบว่าครบหรือไม่ ระบบจะสรุปยอดภาษีให้เห็นชัดเจนว่าต้องจ่ายเพิ่มหรือได้รับคืน และหลังยืนยันแล้ว สามารถบันทึกหรือพิมพ์ สรุปการยื่นภาษี เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการยื่นภาษี

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การกรอกข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกต้อง ซึ่งรวมถึง:

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี หรือ Tax ID
  • เลขบัตรประชาชน
  • เลขบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน

แม้จะเป็นเลขที่เราใช้อยู่บ่อยๆ แต่เพียงตัวเลขเดียวผิดก็สามารถทำให้ระบบปฏิเสธการยื่นภาษี หรือทำให้เงินคืนภาษีถูกเลื่อนออกไปได้ การตรวจสอบทุกตัวเลขให้ตรงกับเอกสารต้นฉบับจึงเป็นสิ่งสำคัญ

กรอกข้อมูลผิด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือ การกรอกข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกต้อง ซึ่งรวมถึง:

  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษี / Tax ID
  • เลขบัตรประชาชน
  • เลขบัญชีธนาคารสำหรับรับเงินคืน

แม้จะเป็นเลขที่เราใช้อยู่บ่อยๆ แต่เพียงตัวเลขเดียวผิดก็สามารถทำให้ระบบปฏิเสธการยื่นภาษี หรือทำให้เงินคืนภาษีถูกเลื่อนออกไปได้ หลังกรอกข้อมูลเสร็จ ควรตรวจสอบตัวเลขซ้ำอย่างน้อย 2 รอบ และเก็บสำเนาหน้า “สรุปข้อมูล” ก่อนส่งยื่น

ลืมแนบเอกสารลดหย่อน

เอกสารลดหย่อนภาษีเป็นสิทธิ์สำคัญที่ช่วยลดจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย หากลืมแนบเอกสารเหล่านี้อาจทำให้ ไม่ได้สิทธิลดหย่อนเต็มจำนวน, ได้เงินคืนภาษีล่าช้า หรือไม่ได้รับเงินคืน

ตัวอย่างเอกสารที่ต้องตรวจสอบให้ครบ:

  • ใบเสร็จ เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสุขภาพ
  • ใบเสร็จ ค่าดอกเบี้ยบ้าน
  • ใบเสร็จจาก กองทุน SSF / RMF หรือ เงินบริจาค
  • ใบเสร็จค่าเลี้ยงดูพ่อแม่หรือบุตร (ถ้ามี)

เคล็ดลับ: ควรรวบรวมเอกสารลดหย่อนทั้งหมดล่วงหน้า และเก็บรวมเป็นโฟลเดอร์หรือไฟล์ PDF เพื่อแนบตอนยื่นภาษีได้สะดวก

เทคนิคยื่นภาษีให้ผ่านง่ายๆ

ยื่นล่วงหน้าและตรวจสอบการยื่นให้ครบขั้นตอน

การยื่นภาษีล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น

  • ป้องกัน ระบบล่ม หรือเว็บไซต์มีปัญหาในช่วงใกล้วันหมดเขต
  • มีเวลา แก้ไขเอกสารหรือข้อมูลผิดพลาด ก่อนยื่นจริง

หากตรวจสอบพบข้อมูลผิด ควรแก้ไขทันที อย่ารอให้ใกล้กำหนดวันสุดท้าย และหลังยื่นเสร็จแล้วควรตรวจสอบการยืนยันผ่าน อีเมลหรือ SMS ว่าการยื่นสำเร็จเรียบร้อย

วางแผนจัดการเงินลดหย่อนภาษีด้วย MAKE by KBank

file taxes-02.png เพื่อให้การจ่ายภาษีไม่กระทบค่าใช้จ่ายส่วนตัว แอปจัดการการเงินอย่าง MAKE by KBank มีฟีเจอร์ดี ๆ อย่าง Cloud Pocket ที่ให้คุณแบ่งเงินออกเป็นกระเป๋าย่อย ๆ ช่วยให้วางแผนจ่ายภาษีและค่าลดหย่อนต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและปลอดภัย เช่น

  • สร้าง Cloud Pocket สำหรับภาษี แยกเก็บเงินไว้สำหรับเพื่อจ่ายภาษี ไม่ปะปนกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
  • สร้าง Cloud Pocket สำหรับสิทธิลดหย่อนต่างๆ เ เช่น ประกันชีวิต กองทุน SSF/RMF หรือช้อปดีมีคืน

นอกจากแบ่งเงินเป็นกระเป๋าย่อยได้แล้วแอป MAKE by KBank ยังจดบันทึกและสรุปรายรับรายจ่าย ช่วยให้เห็นภาพรวมเงินที่ต้องใช้ชัดเจน วางแผนการจ่ายเงินได้ง่ายกว่าเดิม

ยื่นภาษีไม่ยาก ถ้ารู้จักวางแผนตั้งแต่ต้นปี

การยื่นภาษีจะกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก โดยการประเมินรายได้ตนเอง ว่าอยู่ในเกณฑ์เสียภาษีไหมและจำนวนเท่าไหร่ วางแผนคำนวณหักค่าใช้จ่าย โดยเช็กสิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับ First Jobber ล่วงหน้า เตรียมเอกสารอย่างใบ 50 ทวิให้ครบและวางแผนเงินภาษีให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น หากคุณเตรียมเอกสารครบ ตรวจสอบสิทธิลดหย่อนล่วงหน้า และวางแผนเงินภาษีให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นปี การใช้เครื่องมืออย่าง Cloud Pocket ของแอป MAKE by KBank เพื่อแยกเก็บเงินภาษีและเงินลดหย่อนอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การยื่นภาษีราบรื่น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการการเงินอย่างชาญฉลาดอีกด้วย

Banner SEO.png

Back to Home

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ