Scan to Download
MAKE logo
MAKE logo

ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม? สรุปทุกข้อตัดสินใจก่อนซื้อรถไฟฟ้า

# คำถามการเงินยอดฮิต

buying an ev car.png การซื้อรถไฟฟ้า 1 คันต้องคิดและตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตในระยะยาว อาจทำให้หลายคนกังวลไม่น้อยว่า ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม? จะใช้งานคุ้มค่าจริงไหม? แม้ว่าในช่วงนี้เทรนด์ขับรถไฟฟ้ากำลังได้รับความสนใจมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

บทความนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับรถไฟฟ้า เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับข้อแนะนำในการซื้อรถไฟฟ้าที่คุ้มค่ากัน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานที่สุด

พารู้จักรถไฟฟ้า ทำไมถึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

รถไฟฟ้า (EV : Electric Vehicle) เป็นยานยนต์ประเภทหนึ่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแทนการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลที่ใช้แล้วหมดไป รวมถึงช่วยลดการปล่อยควันเสียจากเชื้อเพลิงให้น้อยลงอีกด้วย โดยรถไฟฟ้ามีทั้งรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% หรือรถไฮบริดที่ผสานพลังงานไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์สันดาป

จากยอดการสั่งซื้อรถยนต์ในงาน Motor Expo ตลอดปี 2025 นี้ พบว่า มียอดสั่งซื้อรถไฟฟ้าแบรนด์ BYD, OMODA JAECOO และ GAC ติด Top 5 รองจาก Toyota และ Honda ตามลำดับ นี่จึงสะท้อนให้เห็นได้ชัดว่า คนไทยยังคงให้ความสนใจกับรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลายคนสนใจรถไฟฟ้ามากขึ้น ได้แก่

  • เทรนด์รักษ์โลก รักษ์สิ่งแวดล้อม จึงนำไปสู่การหาวิธีลดมลพิษทางอากาศ
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบช่วยขับขี่ที่พัฒนาเร็ว ใช้งานสะดวกและปลอดภัยขึ้น
  • นโยบาย 30@30 ของรัฐบาลไทยที่สนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า
  • ต้นทุนพลังงานต่อการใช้งานที่ถูกกว่าน้ำมัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • ราคารถที่เข้าถึงง่ายขึ้น โดยเฉพาะจากแบรนด์จีน ทำให้ผู้บริโภคเริ่มพิจารณาจริงจังว่า ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

รู้ก่อนตัดสินใจ รถไฟฟ้ามีกี่ประเภท?

buying an ev car_01.png ใครกำลังคิดอยู่ว่า จะซื้อรถไฟฟ้าดีไหม ต้องรู้ประเภทของรถไฟฟ้าทั้งหมดให้เข้าใจก่อน เพื่อช่วยให้ทุกคนเลือกซื้อรถไฟฟ้าที่ใช่กับตัวเองให้ได้มากที่สุด โดยสามารถจำแนกออกได้ 3 ประเภท ซึ่งมีจุดเด่นที่น่าสนใจแตกต่างกัน ดังนี้

  1. BEV (Battery Electric Vehicle) รถไฟฟ้า 100% ไม่ใช้น้ำมัน ค่าใช้จ่ายต่อการใช้งานต่ำ ขับเงียบ ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ เหมาะกับคนขับในเมือง มีจุดชาร์จส่วนตัว และใช้รถสม่ำเสมอ
  2. PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) รถปลั๊กอินไฮบริด ขับด้วยไฟฟ้าได้และเติมน้ำมันได้ เหมาะกับคนขับในเมืองเป็นหลัก แต่ต้องเดินทางไกลเป็นบางครั้ง
  3. HEV (Hybrid Electric Vehicle) รถไฮบริด ไม่ต้องชาร์จไฟ ใช้น้ำมันเป็นหลัก ประหยัดกว่ารถทั่วไป เหมาะกับคนที่ยังไม่พร้อมเปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

รถไฟฟ้าเหมาะกับใคร?

ผู้ใช้งานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจว่า ควรซื้อรถไฟฟ้าดีไหม เพราะจะช่วยให้ใช้รถได้คุ้มค่า และลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ไม่น้อย มาดูกันดีกว่าว่า ใครบ้างที่เหมาะกับการซื้อรถไฟฟ้ามากที่สุด

  1. คนที่ขับรถในเมืองเป็นประจำ ระยะทางไม่ไกล เพราะการใช้งานในเมืองมีระยะทางคงที่ รถไฟฟ้าจึงตอบโจทย์ทั้งด้านความประหยัดและการชาร์จไฟที่ไม่ต้องเร่งรีบ
  2. คนที่มีที่ชาร์จเป็นของตัวเองหรืออยู่ใกล้สถานีชาร์จ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโดที่มีจุดชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ที่เข้าถึงง่ายจะช่วยลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ และควบคุมค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ดีกว่าการพึ่งพาสถานีชาร์จสาธารณะ
  3. คนที่ต้องการลดภาระค่าน้ำมันรายเดือน เพราะต้นทุนค่าไฟฟ้าต่ำกว่าค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จึงสามารถบริหารค่าใช้จ่ายระยะยาว และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ อีกทั้งยังลดผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่มักผันผวนอยู่บ่อย ๆ

ข้อดีของรถไฟฟ้า: ราคาคุ้มค่า ประสิทธิภาพดีต่อใจ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญสำหรับคนที่กำลังคิดอยู่ว่า “ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม” ไม่รู้ไม่ได้เลยก็คือ ข้อดีของรถไฟฟ้า เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์น้ำมันที่หลายคนคุ้นเคย จะพบว่า มีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจหลายด้านด้วยกัน

  1. ด้านค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าเชื้อเพลิงที่ค่าชาร์จไฟฟ้าต่อวัน รวมถึงค่าบำรุงรักษาที่มีชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องซ่อมน้อยกว่า จึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาวไปได้เยอะมาก
  2. ด้านเครื่องยนต์และประสิทธิภาพการทำงาน รถไฟฟ้ามีมอเตอร์ไฟฟ้าที่เงียบกว่าเครื่องยนต์น้ำมัน อีกทั้งยังออกตัวได้แรง ขับขี่นุ่มนวล และมีเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์กับการขับขี่ที่สะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย
  3. ด้านสิ่งแวดล้อม รถไฟฟ้าไม่ปล่อยไอเสียขณะใช้งาน เพราะไม่มีการสันดาปน้ำมันเชื้อเพลิง จึงช่วยลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวนในเมือง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ

นอกจากข้อดีแล้ว ข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่คนอยากมีรถไฟฟ้าต้องยอมรับ และพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนตอบคำถามที่ว่า “ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม” มิฉะนั้น การซื้อรถในครั้งนี้อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดได้ โดยมีข้อจำกัดของรถไฟฟ้าที่ต้องรู้ ดังนี้

  1. การชาร์จรถยนต์ การชาร์จพลังงานใช้เวลานานกว่าการเติมน้ำมัน อีกทั้งสถานีชาร์จในบางพื้นที่ยังไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร
  2. ค่าใช้จ่ายยังคงสูง เพราะรถไฟฟ้ายังถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีต้นทุนการผลิตสูงกว่ารถยนต์น้ำมัน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ราคาสูงมากเมื่อต้องเปลี่ยนหลังหมดประกัน
  3. ราคาซื้อขาย ยังคงพุ่งสูงและยังไม่นิ่ง เพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รถรุ่นใหม่มักมาพร้อมกับสมรรถนะที่สูงขึ้น ราคาซื้อขายก็จะยิ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด

3 เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม?

เมื่อรู้แล้วว่าข้อดีและข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้าเป็นอย่างไร สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำเลยก็คือ การกลับมาถามตัวเองว่าไลฟ์สไตล์และการเงินของเราพร้อมแค่ไหน การตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าจะคุ้มค่าหรือไม่ โดยสามารถใช้ 3 Checklist 3 นี้ช่วยประเมินก่อนตัดสินใจได้ว่า ซื้อรถไฟฟ้าดีไหม

  1. เส้นทางหลักที่เราใช้ เหมาะกับรถไฟฟ้าไหม หากขับรถในเมือง ระยะทางไม่ไกล รถไฟฟ้าจะตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดี แต่หากต้องเดินทางไกลข้ามจังหวัดเป็นประจำ ควรพิจารณาประเภทรถและจุดชาร์จระหว่างทางให้รอบคอบ
  2. มีจุดชาร์จมาก-น้อยแค่ไหน และตรงไหนบ้าง ดูว่าที่อยู่อาศัยสามารถติดตั้ง EV Charger ได้หรือไม่ หรือมีจุดชาร์จใกล้เคียงหรือเปล่า เพราะการเข้าถึงจุดชาร์จได้สะดวกจะช่วยลดความกังวลเรื่องแบตเตอรี่ และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น
  3. ค่าใช้จ่ายรวมแล้วสอดคล้องกับงบประมาณไหม ไม่ใช่แค่ราคารถ แต่รวมถึงเงินดาวน์ ค่างวด ค่าชาร์จไฟ และค่าบำรุงรักษาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้เห็นต้นทุนการมีรถไฟฟ้าอย่างครบถ้วนและไม่ประเมินงบต่ำเกินไป

buying an ev car_02.png

หากใครต้องการบริหารเงินให้เห็นภาพชัดและควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น ขอแนะนำให้ใช้ MAKE by KBank ช่วยจัดการเงินสำหรับซื้อรถไฟฟ้าได้แบบอยู่หมัด โดยมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้เงิน ไม่ว่าจะเป็น

  • Cloud Pocket ฟีเจอร์แยกเงินเก็บเป็นกระเป๋า ที่สามารถสร้างได้ตามเป้าหมาย เช่น เงินดาวน์หรือเงินสำรองสำหรับรถ EV โดยไม่ปะปนกับเงินใช้จ่ายประจำ
  • สร้างวินัยเก็บเงินซื้อรถ EV ให้ตัวเองด้วยแผ่นออมเงิน ฟีเจอร์ที่ช่วยแบ่งเป้าหมายการออมให้เป็นก้อนเล็ก ๆ แต่สม่ำเสมอ
  • ชวนพ่อแม่ พี่น้อง หรือคนรักมาเก็บเงินซื้อรถไฟฟ้าด้วยกันผ่าน Cloud Pocket ร่วม แค่มีบัญชี MAKE by KBank ก็เข้ามาเป็นสมาชิกเพื่อจัดการเงินร่วมกันได้
  • เมื่อเก็บเงินถึงเป้าหมาย โอนหรือถอนเงินซื้อรถไฟฟ้าคันใหม่ได้ง่าย ๆ เพราะมีฟีเจอร์ ฝาก โอน ถอนเงินสด ที่สามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ แถมยังขอ e-Statement ดูรายการเดินบัญชีได้อีกด้วย
  • มีฟีเจอร์บันทึกรายรับ รายจ่าย ช่วยให้เห็นกระแสเงินเข้า–ออกทั้งหมด ทำให้ประเมินได้ว่าการมีรถไฟฟ้าส่งผลต่อเงินสดหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหน และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ดาวน์โหลด MAKE by KBank ได้เลย ทั้งบน App Store และ Google Play

Back to Home

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ