

เที่ยวต่างประเทศ งบน้อย ทำได้จริง หากรู้จักเลือกจุดหมายปลายทาง รูปแบบการเดินทาง และวางแผนค่าใช้จ่ายให้เหมาะกับเงินที่มี เพราะทริปเดียวกันอาจใช้งบต่างกันหลายพันบาท ขึ้นอยู่กับว่าเลือกเที่ยวเองหรือซื้อทัวร์ เดินทางคนเดียวหรือไปกับเพื่อน รวมถึงไปช่วงไฮซีซั่นหรือโลว์ซีซั่น
ก่อนจองทริป ลองกำหนดงบที่รับไหวก่อน แล้วค่อยเลือกประเทศและรูปแบบการเที่ยวให้เข้ากับงบ วิธีนี้ช่วยให้เที่ยวได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลับมานั่งกังวลเรื่องเงินหลังจบทริป
การวางแผนตั้งแต่ก่อนเดินทางช่วยให้คุมงบได้ง่ายขึ้น เพราะสามารถเปรียบเทียบค่าเดินทาง ที่พัก และกิจกรรมต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจ โดยมี 4 ทางเลือกหลักที่คนงบน้อยควรลองพิจารณา
เที่ยวเอง
เที่ยวทัวร์
หากมีงบจำกัดและอยากเลือกที่พักราคาประหยัดเอง การเที่ยวเองอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเป็นมือใหม่และต้องการรู้ค่าใช้จ่ายหลักตั้งแต่ต้น การเลือกแพ็กเกจทัวร์ก็ช่วยให้จัดงบได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่าง: ถ้ามีงบ 6,000 บาท และอยากไปเวียดนาม 3 วัน 2 คืน การเที่ยวเองอาจเลือกโฮสเทลและร้านอาหารท้องถิ่นเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายได้ แต่ถ้าไม่ถนัดจัดการตั๋วและที่พัก แพ็กเกจทัวร์ที่รวมค่าใช้จ่ายหลักก็ช่วยให้วางงบได้ง่ายกว่า
การไปเป็นกลุ่มช่วยแชร์ค่าใช้จ่ายบางรายการได้ โดยเฉพาะค่าที่พักและค่าเดินทางภายในเมือง ลองเลือกที่พักแบบห้องรวม บ้านพัก หรืออพาร์ตเมนต์ที่พักได้หลายคน แล้วหารค่าใช้จ่ายกัน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายต่อคนได้มากกว่าการจองห้องเดี่ยว
เช่น หากบ้านพักราคา 4,000 บาท/คืน และไปกัน 4 คน จะตกคนละ 1,000 บาท/คืน แต่เพื่อให้การหารค่าใช้จ่ายระหว่างทริปง่ายขึ้น อาจแบ่งเงินกองกลางไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทาง
สามารถใช้ Share Cloud Pocket บน MAKE by KBank ช่วยให้ทุกคนโอนเงินเข้ากระเป๋ากลางตามที่ตกลงกันได้อย่างสะดวก และดูยอดเงินเข้า-ออกได้ชัดเจน หากใครออกเงินให้ก่อนก็สามารถเรียกเก็บเงินจากเพื่อนคืนผ่านแอปได้ ทำให้จัดการค่าใช้จ่ายร่วมกันได้ง่ายขึ้น
คนที่มีเวลามากสามารถเลือกการเดินทางทางบกแทนเครื่องบินเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน อย่างการใช้ รถไฟ หรือ รถบัส
ตัวอย่าง: หากมีเวลาเที่ยว 3-4 วัน การเลือกเดินทางทางบกไปประเทศใกล้ไทยอาจช่วยลดค่าตั๋ว แต่หากมีวันลาจำกัด การบินตรงแม้ราคาสูงกว่าอาจคุ้มกว่า เพราะมีเวลาเที่ยวเพิ่มขึ้น
การเลี่ยงเทศกาล วันหยุดยาว และช่วงท่องเที่ยวยอดนิยม เป็นอีกวิธีช่วยลดค่าตั๋วและที่พัก
หากสามารถเลือกวันลาได้ ลองเปรียบเทียบราคาหลายช่วงก่อนจอง และอย่าลืมเช็กสภาพอากาศของประเทศปลายทางไปพร้อมกัน
อย่าดูแค่ราคาตั๋วเครื่องบิน ให้รวมค่าที่พักและค่าเดินทางทั้งหมดด้วย เพราะบางครั้งตั๋วถูกกว่า แต่ไปตรงกับช่วงที่ที่พักราคาแพง ก็อาจไม่ได้ประหยัดจริง
ถ้าอยากเที่ยวต่างประเทศแบบประหยัด ลองเริ่มจากประเทศใกล้ไทยที่เดินทางสะดวกและมีค่าครองชีพไม่สูง โดยงบด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับวางแผนเบื้องต้น ราคาอาจเปลี่ยนตามฤดูกาล โปรโมชั่น ค่าเงิน และรูปแบบที่พัก
งบประมาณตัวอย่าง: 4,000 - 6,000 บาท / 3 วัน 2 คืน
ลาวเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่เร่งรีบและเน้นธรรมชาติ สามารถเดินทางจากไทยเข้าเวียงจันทน์ แล้วต่อรถไฟความเร็วสูง LCR ไปยังวังเวียงหรือหลวงพระบางได้
ไฮไลต์ที่น่าสนใจ
ตัวอย่างการแบ่งงบ
เดินทาง 2,000 บาท
ที่พัก 1,000 บาท
อาหาร 800 บาท
กิจกรรมและเดินทางในเมือง 1,000 บาท
รวมประมาณ 4,800 บาท
งบประมาณตัวอย่าง: 6,000-8,500 บาท / 3 วัน 2 คืน
เวียดนามเป็นอีกประเทศที่เหมาะกับคนอยากเที่ยวต่างประเทศงบจำกัด เพราะมีทั้งอาหาร ที่พัก และการเดินทางให้เลือกหลายระดับ หากจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าหรือเจอโปรโมชั่น ก็ช่วยลดค่าเดินทางได้
ไฮไลต์ที่น่าสนใจ
ตัวอย่าง: ถ้าได้ตั๋วไป-กลับในราคา 3,000 บาท และเลือกโฮสเทลคืนละประมาณ 500-700 บาท ก็ยังสามารถเหลืองบไว้สำหรับอาหารและกิจกรรมได้อีกพอสมควร
งบประมาณตัวอย่าง: 5,000-9,000 บาท / 4 วัน 3 คืน
สำหรับคนที่ชอบเที่ยวเมืองและถ่ายรูป สามารถวางแผนเที่ยวมาเลเซียเป็นหลัก แล้วเลือกเดินทางด้วยรถบัสระหว่างเมืองหรือข้ามไปสิงคโปร์ได้
ไฮไลต์ที่น่าสนใจ
หมายเหตุ: หากรวมสิงคโปร์ในทริป ควรเผื่องบเพิ่ม เพราะค่าครองชีพโดยทั่วไปสูงกว่ามาเลเซีย
งบประมาณตัวอย่าง: เริ่มต้นประมาณ 4,999-7,999 บาท
สำหรับมือใหม่ที่อยากออกต่างประเทศแต่ไม่มั่นใจเรื่องการจองตั๋ว ที่พัก และการต่อรถ การซื้อแพ็กเกจทัวร์อาจเป็นทางเลือกที่คุมงบง่ายกว่า เพราะหลายแพ็กเกจรวมค่าใช้จ่ายหลักไว้แล้ว
จุดหมายที่ลองมองหาได้
ก่อนซื้อทัวร์ เช็กให้ครบว่าราคารวมอะไรบ้าง เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก อาหาร ค่าเข้าสถานที่ และค่าทิป เพราะราคาแพ็กเกจที่เห็นครั้งแรกอาจยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
การเก็บเงินตั้งแต่วันแรกที่คิดว่าจะไปเที่ยว คือวิธีที่ช่วยให้ทริปเกิดขึ้นจริงโดยไม่กระทบเงินใช้จ่ายประจำ โดยแบ่งการจัดการเงินออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ก่อนเดินทาง ระหว่างทริป และหลังกลับมา
เริ่มจากกำหนดงบและวันที่จะไป แล้วคำนวณย้อนกลับว่าต้องเก็บเดือนละเท่าไร
**ตัวอย่าง:
**ตั้งเป้าไปเวียดนามในอีก 6 เดือน ใช้งบ 12,000 บาท
12,000 ÷ 6 = ต้องเก็บเดือนละ 2,000 บาท
สามารถใช้ Cloud Wishlist บน MAKE by KBank ตั้งเป้าหมายทริปและติดตามความคืบหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เห็นว่าเงินที่เก็บไว้ใกล้ถึงเป้าหมายแล้วแค่ไหน
ลองเช็กราคาล่วงหน้าและเปรียบเทียบหลายวัน โดยมองหาตั๋วโลว์คอสต์ช่วงโปรโมชั่น ที่พักราคาเข้าถึงง่าย หรือเลือกเดินทางช่วงโลว์ซีซั่น
ก่อนออกเดินทางควรเตรียมเงินสดสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น บัตรเดบิตหรือเครดิตสำหรับกรณีฉุกเฉิน และ กันเงินสำรองแยกจากงบเที่ยว ไว้เสมอ
กำหนดงบใช้ต่อวันตั้งแต่ก่อนเดินทาง เช่น มีงบสำหรับอาหารและเดินทาง 3,000 บาทใน 3 วัน ก็อาจตั้งกรอบไว้ประมาณวันละ 1,000 บาท
**ตัวอย่าง:
**วันที่ 1 ใช้ 850 บาท เหลือ 2,150 บาท
วันที่ 2 ใช้ 1,100 บาท เหลือ 1,050 บาท
วันที่ 3 จึงรู้ทันทีว่าควรลดค่าใช้จ่ายส่วนไหน
การแบ่งค่าใช้จ่ายกับเพื่อนอย่างชัดเจนช่วยให้คุมงบทริปได้ง่ายขึ้น โดยควรตกลงกันตั้งแต่แรกว่า ค่าใช้จ่ายส่วนไหนหารเท่ากัน และส่วนไหนใครรับผิดชอบเอง เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง หรือค่าอาหารส่วนกลาง
หากค่าที่พัก 3 คืน ราคา 6,000 บาท และไปกัน 4 คน ก็หารกันคนละ 1,500 บาท ส่วนค่าอาหารหรือค่าเข้าสถานที่ที่แต่ละคนเลือกเองก็แยกจ่าย จะช่วยให้ทุกคนรู้ขอบเขตค่าใช้จ่ายของตัวเองและลดปัญหาเรื่องเงินระหว่างทริป
หลังกลับจากทริป ควรสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อดูว่าใช้เงินตรงตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ลองแยกค่าใช้จ่ายเป็นหมวด เช่น ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเข้าสถานที่ และค่าช้อปปิ้ง เพื่อดูว่าหมวดไหนใช้เกินงบและหมวดไหนยังประหยัดได้
ตัวอย่าง: ตั้งงบค่าอาหารไว้ 2,000 บาท แต่ตลอดทริปใช้จริง 2,500 บาท ลองย้อนดูว่าเงินส่วนต่าง 500 บาทมาจากมื้ออาหารที่แพงขึ้น คาเฟ่ที่แวะเพิ่ม หรือค่าใช้จ่ายจุกจิกระหว่างวัน เพื่อจะได้รู้ว่าครั้งหน้าควรปรับตรงไหน
เมื่อมีค่าใช้จ่ายหลายรายการ การมานั่งรวบรวมและแยกหมวดเองอาจทำให้เห็นภาพรวมได้ยาก การมีตัวช่วยสรุปรายจ่ายจึงช่วยให้เช็กค่าใช้จ่ายหลังทริปได้สะดวกขึ้น อย่างฟีเจอร์ Expense Summary บน MAKE by KBank ที่ช่วยดูภาพรวมรายจ่ายและแยกค่าใช้จ่ายของทริปออกจากค่าใช้จ่ายปกติ ทำให้เห็นได้ง่ายขึ้นว่าเงินหมดไปกับส่วนไหนบ้าง
ค่าใช้จ่ายจากทริปที่ผ่านมาเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้วางงบครั้งต่อไปได้แม่นยำขึ้น เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองใช้เงินกับอะไรจริง ก็สามารถนำตัวเลขเหล่านั้นมาปรับงบให้เหมาะกับพฤติกรรมการเที่ยวของตัวเองมากขึ้น
ตัวอย่าง: หากทริปที่ผ่านมาใช้งบจริง 13,000 บาท จากที่ตั้งไว้ 12,000 บาท และพบว่าส่วนใหญ่เกินจากค่าอาหารและค่าเดินทาง ครั้งหน้าอาจเพิ่มงบ 2 หมวดนี้ไว้ล่วงหน้า พร้อมลดงบในส่วนที่ไม่จำเป็น เพื่อให้มีเงินสำรองเพียงพอและไม่ต้องกังวลระหว่างทริป
เที่ยวต่างประเทศแบบงบน้อย ไม่ได้แปลว่าต้องตัดความสนุกออกไป แค่ต้องรู้จักเลือกและวางแผนให้เหมาะกับเงินที่มี ตั้งแต่การเลือกประเทศ ช่วงเวลา รูปแบบการเดินทาง ไปจนถึงการแบ่งงบระหว่างทริป
ที่สำคัญคืออย่ารอให้มีเงินเหลือแล้วค่อยเก็บ แต่ควรกันเงินสำหรับทริปไว้ก่อนใช้ หากกลัวลืมหรือเผลอนำเงินไปใช้ สามารถตั้งโอนเงินล่วงหน้าบน MAKE by KBank ให้โอนเงินเข้ากระเป๋า Cloud Pocket ตามวันที่กำหนด เช่น วันเงินเดือนออก เพื่อค่อย ๆ สะสมเงินเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ เมื่อถึงเป้าหมายก็พร้อมออกไปเปิดโลกกว้างได้แบบไม่ต้องกังวลว่างบจะกระทบค่าใช้จ่ายส่วนอื่น