

Affiliate คือ การตลาดออนไลน์รูปแบบหนึ่งที่เราเป็น “ตัวแทน” แนะนำสินค้าและบริการของลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อให้เกิดการกดซื้อผ่านลิงก์ที่สร้างเอาไว้ และได้รับ “ค่าคอมมิชชัน (Commission fee)” เป็นรายได้ตอบแทนของเรา
การทำ Affiliate ในปัจจุบัน ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการหารายได้เสริมโดยไม่กระทบต่องานประจำ เพราะเป็นวิธีการหารายได้ที่เริ่มต้นทำได้ง่าย ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องดูแลการจัดส่ง และใช้เงินลงทุนน้อย อีกทั้งยังสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ขอแค่มีอินเทอร์เน็ต มีเวลาว่าง และเข้าใจกระบวนการทำ Affiliate ที่ถูกต้องก็มีโอกาสสร้างเงินได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว
หลายคนรู้จักกันไปแล้วว่า Affiliate คืออะไร คราวนี้มาดูกันต่อว่า ลักษณะโมเดลของ Affiliate Marketing ทำยังไง การตลาดรูปแบบนี้เป็นโมเดลธุรกิจแบบวัดผลจากยอดขายจริง ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบทั้ง 3 กลุ่มคนนี้ คือ
หลักการเบื้องต้นของ Affiliate Marketing คือ ตัวแทนเลือกช่องทางออนไลน์ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น Social Media อย่าง Facebook, Instagram, TikTok, YouTube รวมถึงเว็บไซต์และแพลตฟอร์ม E-Commerce ด้วย จากนั้นนำลิงก์ Affiliate ไปโปรโมตบนช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ผู้บริโภคคลิกและซื้อสินค้าหรือบริการ เมื่อมีการสั่งซื้อผ่านลิงก์ดังกล่าวเกิดขึ้น ระบบจะนับเป็นยอดขาย และตัวแทนจะได้รับค่าคอมมิชชันตามเงื่อนไขที่ผู้ขายกำหนดไว้
ธุรกิจที่นิยมใช้โปรแกรม affiliate คือ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องสำอาง เสื้อผ้า อาหารเสริม และบริการดิจิทัล เพราะเป็นสินค้าที่อธิบายได้ง่าย ตัดสินใจซื้อไม่ยาก และเห็นผลลัพธ์ของการทำ Affiliate ได้ค่อนข้างชัดนั่นเอง
โปรแกรม Affiliate คือ การสร้างรายได้ที่มาในรูปแบบของการได้รับค่าคอมมิชชันจากผู้ขายหรือเจ้าของสินค้าและบริการ โดยประเภทของค่าคอมมิชชันจะถูกจำแนกตามประเภท Marketing Funnel ของโปรแกรมแต่ละแบบ ซึ่งมีทั้งหมด 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
เมื่อพิจารณาภาพรวมของคอมมิชชันทั้ง 3 ประเภท จะเห็นว่า Pay Per Sale (PPS) เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากแบรนด์จ่ายค่าคอมมิชชันจากยอดสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริง ทำให้ผู้ทำ Affiliate มีโอกาสได้รับผลตอบแทนตามยอดขายอย่างชัดเจน
สิ่งสำคัญของการเริ่มทำ Affiliate คือ การเริ่มจากพื้นฐานที่ถูกต้องและเข้าใจหลักการทำงานอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น มือใหม่ทุกคนจึงต้องรู้แนวทางในการทำ Affiliate Marketing ว่าต้องทำยังไง เพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เรามาเริ่มต้นไปพร้อมกันเลย
อันดับแรก เริ่มต้นจากการเลือกสินค้าและบริการที่ตรงกับความสนใจของตัวเอง หรือมีความรู้พื้นฐานในด้านนั้น ๆ ประกอบกับพิจารณาถึงความเหมาะสมที่กลุ่มผู้ติดตามหรือกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับ จะช่วยให้สามารถสร้างคอนเทนต์และแนะนำสินค้าและบริการนั้น ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น
จากนั้น สมัครบัญชีที่ใช้โปรโมต พร้อมกับสมัครเข้าร่วมโปรแกรม Affiliate กับร้านค้าหรือธุรกิจบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ก็จะได้รับลิงก์ Affiliate ที่มีการฝังระบบติดตามการกดสั่งซื้อสินค้าและบริการ โดยจะต้องทำยังไงก็ได้ให้คนมาก่อนลิงก์นี้ให้ได้มากที่สุด
ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้คนเข้ามากดลิงก์ Affiliate เยอะ ๆ ก็คือการทำคอนเทนต์เพื่อรีวิวหรือแนะนำสินค้าและบริการ โดยจะต้องศึกษากลยุทธ์การโปรโมตสินค้าให้เข้าใจก่อน และนำไปปรับใช้กับคอนเทนต์ของตัวเองให้น่าสนใจ เช่น
นอกจากนี้ การใช้เทคนิคต่าง ๆ ช่วยปรับปรุงและส่งเสริมคอนเทนต์นั้น ๆ ให้น่าสนใจ มีคุณภาพ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นนั้น จะช่วยเพิ่มโอกาสการสร้างรายได้ให้มากขึ้นได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เช่น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทุกคนต้องระวังอยู่เสมอก็คือ รายได้จาก Affiliate ถือเป็นรายได้ประเภทหนึ่งที่ต้องนำไปยื่นภาษีตามกฎหมาย ผู้เริ่มต้นควรศึกษาเรื่องภาษีให้เข้าใจตั้งแต่แรก นอกจากนี้ควรระวังการสมัครโปรแกรม Affiliate ที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีระบบรายงานผลที่โปร่งใส หรือเงื่อนไขไม่ชัดเจน เพราะอาจทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสในการสร้างรายได้ในระยะยาว
การสร้างรายได้จาก Affiliate ให้เติบโต คือ ต้องโฟกัสที่ “Conversion” มากกว่ายอดวิวหรือจำนวนผู้ติดตาม เพราะถ้าไม่มีการคลิกหรือการซื้อ รายได้ก็ไม่เกิดขึ้น หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่คอนเทนต์ที่มีคุณภาพ สื่อสารตรงจุด และน่าเชื่อถือ เช่น การรีวิวจากประสบการณ์จริง บอกทั้งข้อดีและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
เมื่อทำอย่างสม่ำเสมอและฐานผู้ติดตามเริ่มโตขึ้น อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ ครีเอเตอร์ หรือเพจเฉพาะทางจำนวนมาก สามารถสร้างรายได้จาก Affiliate ตั้งแต่หลักพันต่อเดือน และค่อย ๆ ขยับเป็นหลักหมื่นหรือมากกว่านั้นได้ หากเลือกสินค้าได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย
อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การจัดการเงินที่ได้จากการทำ Affiliate ให้เป็นระบบ ควรแยกรายได้จากงานประจำและรายได้เสริมออกจากกัน เพื่อให้เห็นภาพเงินเข้า - ออกชัดเจน และกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับภาษีล่วงหน้า การใช้แอปพลิเคชัน MAKE by KBank จะช่วยให้จัดการเงินจาก Affiliate ได้เป็นระบบมากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ Cloud Pocket ที่สามารถแยกกระเป๋าเงินตามวัตถุประสงค์ได้ชัดเจน เช่น
การแยกกระเป๋าแบบนี้ช่วยให้เห็นภาพรายรับ–รายจ่ายชัดเจน วางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น และต่อยอดรายได้จาก Affiliate ได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ดาวน์โหลด MAKE by KBank ได้เลย ทั้งบน App Store และ Google Play