

หลายคนใช้บัตรเครดิตเป็นตัวช่วยจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อรายจ่ายเริ่มมากกว่ารายรับ ปัญหาที่ตามมาคือ หนี้บัตรเครดิตซึ่งเกิดจากการจ่ายคืนไม่ครบหรือไม่ตรงเวลา แล้วเมื่อเป็นหนี้บัตรเครดิต ยอดเท่าไหร่ถึงจะโดนฟ้อง? คดีมีอายุความกี่ปี? และหากปล่อยค้างไว้นานจะส่งผลทางกฎหมายอย่างไรบ้าง?
หลายคนเข้าใจผิดว่าต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตจำนวนมากเท่านั้นถึงจะถูกฟ้อง แต่ในความเป็นจริง กฎหมายไม่ได้กำหนดยอดหนี้ขั้นต่ำตายตัวสำหรับการฟ้องร้อง หากผู้ถือบัตรผิดนัดชำระหนี้ต่อเนื่อง เจ้าหนี้มีสิทธิ์ดำเนินคดีได้ทันที ไม่ว่ายอดหนี้จะมากหรือน้อยก็ตาม
เช่น หากมีการค้างชำระติดต่อกันหลายเดือน ไม่ตอบรับการติดต่อ หรือไม่แสดงความตั้งใจในการชำระหนี้ แม้ยอดหนี้จะอยู่ในระดับหลักหมื่น ก็สามารถถูกฟ้องร้องได้แล้ว
ดังนั้นคำถามที่ว่า เป็นหนี้บัตรเครดิต เท่าไหร่ถึงโดนฟ้อง สามารถตอบได้สั้น ๆ ว่า ยอดเท่าไหร่ก็ฟ้องได้ เพราะเหตุของการฟ้องขึ้นอยู่กับ ระยะเวลาและพฤติกรรมการชำระหนี้ มากกว่ายอดเงิน
เมื่อหนี้บัตรเครดิตเริ่มเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย หลายคนมักตื่นตระหนกและไม่รู้ว่าควรรับมืออย่างไร เพราะฉะนั้น ควรทำความเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างเหมาะสม
ก่อนถึงขั้นฟ้องร้อง เจ้าหนี้มักดำเนินการตามลำดับ เริ่มจากการโทรแจ้งเตือน ส่งจดหมายทวงหนี้ หรือเสนอแนวทางเจรจาประนอมหนี้ หากลูกหนี้ยังคงไม่ชำระตามกำหนดหรือไม่ตอบรับใด ๆ เจ้าหนี้สามารถยื่นฟ้องต่อศาลได้ ตัวอย่างเช่น หากมียอดหนี้ค้าง 50,000 บาท และปล่อยทิ้งไว้นาน อาจถูกฟ้องและเสี่ยงต่อการถูกอายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สินในอนาคต
เมื่อเจ้าหนี้ยื่นฟ้อง ศาลจะส่งหมายเรียกและนัดไกล่เกลี่ยหรือไต่สวน ลูกหนี้ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมกระบวนการ เจรจาปรับโครงสร้างหนี้ หรือขอผ่อนชำระตามความสามารถ หากศาลมีคำพิพากษาแล้วและลูกหนี้ยังไม่ปฏิบัติตาม อาจนำไปสู่การอายัดเงินเดือนหรือทรัพย์สินบางส่วนได้ ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้ที่ตกลงผ่อนหลังฟ้อง แต่จ่ายไม่ตรงเวลา อาจถูกหักเงินเดือนโดยอัตโนมัติตามคำสั่งศาล
ตามกฎหมาย หนี้บัตรเครดิตมีอายุความ 2 ปี นับจากวันที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระ หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการฟ้องภายในระยะเวลานี้ สิทธิ์ในการฟ้องร้องจะหมดอายุความ อย่างไรก็ตาม หากระหว่างนั้นลูกหนี้มีการชำระบางส่วน ยอมรับสภาพหนี้ หรือมีการทำสัญญาใหม่ อายุความบัตรเครดิตจะเริ่มนับใหม่ทันที ดังนั้นควรเก็บหลักฐานการชำระเงินและการติดต่อทั้งหมดไว้เสมอ
แม้ บัตรเครดิตหมดอายุความกี่ปี จะมีคำตอบชัดเจนว่า 2 ปี แต่การหมดอายุความไม่ได้หมายความว่าหนี้จะหายไป เจ้าหนี้เพียงแค่ไม่สามารถฟ้องร้องได้เท่านั้น หนี้ยังคงอยู่ในระบบ และอาจส่งผลต่อเครดิตบูโร ทำให้การขอสินเชื่อหรือทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตเป็นเรื่องยาก เจ้าหนี้ยังสามารถติดต่อทวงถามได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้อาจไม่ถูกฟ้องเพราะหมดอายุความ แต่ก็ไม่ผ่านการอนุมัติสินเชื่อใหม่
การวางแผนการเงินอย่างมีวินัยตั้งแต่ต้น คือวิธีที่ช่วยป้องกันปัญหาหนี้บัตรเครดิตสะสมและลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้ดีที่สุด โดยเริ่มจากการควบคุมพฤติกรรมการใช้จ่ายและจัดการเงินให้เป็นระบบ
เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยและค่าปรับที่สะสมอย่างรวดเร็ว การจ่ายตรงตามกำหนดจะช่วยไม่ให้ยอดหนี้บานปลายจนกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายในระยะยาว
ไม่ควรใช้วงเงินเต็มเพียงเพราะยังมีวงเงินเหลือ ควรประเมินรายได้ต่อเดือนและค่าใช้จ่ายจำเป็น เพื่อให้สามารถชำระหนี้ได้ครบโดยไม่กระทบสภาพคล่อง
การกันเงินสำหรับจ่ายบัตรเครดิตตั้งแต่ต้นเดือน จะช่วยลดโอกาสจ่ายช้าหรือค้างชำระ และทำให้การบริหารเงินง่ายขึ้น ไม่ต้องเร่งหาเงินเมื่อถึงวันครบกำหนด
เมื่อรู้สึกว่าภาระหนี้เริ่มหนัก ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้หรือขอผ่อนชำระ อย่าปล่อยให้ค้างสะสมจนถึงขั้นถูกฟ้อง
MAKE by KBank มีฟีเจอร์ Cloud Pocket ประเภท "เตรียมจ่ายบัตรเครดิต" ที่ออกแบบมาเพื่อคนมีบัตรเครดิตโดยเฉพาะ โดย Cloud Pocket ตัวนี้เป็นกระเป๋าเงินย่อย ๆ ที่ผู้ใช้สามารถจดรายการการใช้บัตร และแบ่งเงินออกมาเก็บไว้ให้พอจ่ายในแต่ละรอบบิลได้ตัวอย่าง: ทุกครั้งที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ย้ายเงินมาเตรียมจ่ายไว้ใน Cloud Pocket เตรียมจ่ายบัตรเครดิตล่วงหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะค้างชำระและไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกฟ้อง
สุดท้ายแล้ว ปัจจัยของการถูกฟ้องไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า หนี้บัตรเครดิตของเรามียอดเท่าไหร่ หรือค้างนานแค่ไหนแต่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการผิดนัดและระยะเวลาค้างชำระ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การรับมืออย่างมีสติ และจัดการหนี้ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
วางแผนการใช้จ่ายบัตรเครดิตให้สะดวกขึ้นด้วย MAKE by KBank ตัวช่วยจัดการการเงินดี ๆดาวน์โหลดได้ที่ App Store และ Google Play