

อายุ 25 ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่? จริง ๆ แล้วไม่มีจำนวนเงินที่แน่นอนว่าทุกคนต้องมีเท่ากัน เพราะแต่ละคนมีเงินเดือน ค่าใช้จ่าย และภาระที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องนำเงินเก็บของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น สิ่งสำคัญกว่าการมีเงินถึงจำนวนที่กำหนด คือการเริ่มวางแผนการเงินและสร้างนิสัยการออมตั้งแต่วันนี้
อายุ 25 ไม่มีเงินเก็บ อาจขึ้นอยู่กับภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน โดยวัยนี้เป็นช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ต้องรับผิดชอบทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือหนี้ที่ต้องผ่อน
ลองสมมติว่า A อายุ 25 ปี เงินเดือน 20,000 บาท หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วเหลือเก็บเดือนละ 1,500 บาท หากเก็บต่อเนื่อง 1 ปี ก็จะมีเงินเก็บ 18,000 บาท แล้ว
หากตอนนี้ยังไม่มีเงินเก็บก้อนใหญ่ก็ไม่ได้หมายความว่ากำลังตามคนอื่นไม่ทัน สิ่งที่ควรกังวลมากกว่าคือ ยังไม่เริ่มคิดเรื่องการเงินเลย เพราะต่อให้เริ่มจากเงินจำนวนเล็ก ๆ แต่ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถค่อย ๆ สร้างเงินก้อนของตัวเองได้
สาเหตุที่อายุ 25 ไม่มีเงินเก็บไม่ได้เกิดจากรายได้น้อยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากทั้งค่าใช้จ่าย ภาระ และพฤติกรรมการใช้เงิน ลองเช็กว่าตัวเองกำลังเจอกับข้อไหนอยู่บ้าง
วัย 25 ส่วนใหญ่เพิ่งทำงานมาไม่กี่ปี รายได้จึงอาจยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของสายอาชีพ เช่น เงินเดือน 18,000 บาท ต้องจ่ายค่าห้อง ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายส่วนตัว ทำให้เหลือเงินสำหรับออมเดือนละประมาณ 1,000 - 2,000 บาท
การเข้าสังคม กินข้าวนอกบ้าน ช้อปปิ้ง หรือซื้อของตามเทรนด์อาจดูเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ แต่เมื่อรวมกันทั้งเดือนอาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ได้ เช่น จากที่ตั้งงบกินข้าวนอกบ้านเดือนละ 2,000 บาท แต่มีนัดเพิ่มจนกลายเป็น 4,000 บาท เท่ากับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก 2,000 บาทโดยไม่รู้ตัว
ค่าหอหรือค่าเช่า ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าโทรศัพท์ รวมถึงค่าผ่อนของจำเป็น ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจัดสรรตั้งแต่ต้นเดือน ทำให้เงินเดือนบางส่วนหายไปก่อนที่จะได้เริ่มเก็บเงิน
บางคนอาจมีภาระ กยศ. หรือหนี้บัตรเครดิต ทำให้ต้องนำรายได้ส่วนหนึ่งไปชำระหนี้ก่อน หากมีเงินเหลือไม่มาก ควรเริ่มจากการจัดการหนี้ควบคู่กับการเก็บเงินก้อนเล็ก ๆ เพื่อสร้างนิสัยการออม
หากเงินเดือนและเงินเก็บอยู่ในบัญชีเดียวกัน อาจทำให้เผลอใช้เงินเก็บโดยไม่รู้ตัว เช่น เงินเดือนเข้า 25,000 บาท เห็นยอดในบัญชีเต็มจำนวนก็อาจรู้สึกว่ายังมีเงินเหลือ สุดท้ายพอถึงสิ้นเดือนจึงไม่เหลือเงินตามที่ตั้งใจไว้
การใช้เงินแบบ ใช้ก่อน เหลือค่อยเก็บ มักทำให้สุดท้ายไม่มีเงินเหลือ เพราะไม่ได้กำหนดตั้งแต่ต้นเดือนว่าจะเก็บเท่าไหร่ วิธีที่ทำได้ง่ายกว่าคือ กำหนดเงินเก็บก่อน แล้วจึงนำเงินที่เหลือไปใช้จ่าย
อายุ 25 ควรเริ่มมีเงินสำรองประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน เพื่อใช้เป็นเงินรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น ตกงาน เจ็บป่วย หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ โดยจำนวนเงินที่เหมาะสมจะแตกต่างกันไปตามรายได้และค่าใช้จ่ายของแต่ละคน
ลองคำนวณง่าย ๆ จากค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
เงินสำรองเป้าหมาย = ค่าใช้จ่ายต่อเดือน × จำนวนเดือนเดือน
ตัวอย่าง หากอายุ 25 ปี มีค่าใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท ต้องการออมเงินสำรองให้ได้ 3-6 เดือน
ดังนั้นอาจตั้งเป้าว่าควรมีเงินสำรองประมาณ 45,000 - 90,000 บาท แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บให้ถึงจำนวนนี้ในครั้งเดียว หากยังมีเงินไม่ถึงเป้าหมาย ลองแบ่งเป็นเป้าหมายเล็ก ๆ เช่น เริ่มจาก 10,000 บาทแรก แล้วค่อยเพิ่มเป็น 30,000 และ 50,000 บาท เมื่อมีรายได้หรือความสามารถในการออมมากขึ้น
หากยังไม่รู้ว่าจะเริ่มเก็บเงินเท่าไหร่ดี อาจเริ่มจากการแบ่งเงินประมาณ 10% ของรายได้ต่อเดือนมาเก็บก่อน เพื่อสร้างนิสัยการออม โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) แนะนำว่าสำหรับคนเริ่มทำงาน ควรมีเงินออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ต่อเดือน และสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้เมื่อรายได้มากขึ้น
ตัวอย่าง หากเงินเดือน 25,000 บาท
เมื่อมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็สามารถเพิ่มจำนวนเงินออมตามความสามารถในการเก็บได้
ทั้งนี้ 10% เป็นเพียงจุดเริ่มต้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่ทุกคนต้องเก็บให้ได้เท่ากัน เพราะแต่ละคนมีรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาระที่แตกต่างกัน สามารถเริ่มจากจำนวนที่ไหวก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อมีความพร้อม
ไม่ว่าจะมีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ การเริ่มวันนี้ยังดีกว่าการรอให้พร้อม โดยสามารถเริ่มจากจำนวนเล็ก ๆ และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามรายได้ วิธีที่ทำตามได้มีดังนี้
ลองกำหนดเงินเก็บไว้ประมาณ 10% ของเงินเดือนก่อน เช่น
หากเก็บ 2,000 บาททุกเดือนในบัญชีเงินฝากเป็นเวลา 1 ปี จะมีเงินเก็บ 24,000 บาท โดยยังไม่รวมดอกเบี้ย
แทนที่จะตั้งเป้าว่า “อยากมีเงินเก็บเยอะ ๆ” ลองกำหนดเป็นเป้าหมายที่วัดผลได้ เช่น เก็บเงิน 12,000 บาทภายใน 6 เดือน
วิธีคำนวณง่าย ๆ คือ
12,000 ÷ 6 = 2,000 บาทต่อเดือน
หรือประมาณ 500 บาทต่อสัปดาห์ เมื่อรู้จำนวนที่ต้องเก็บแล้วก็สามารถแบ่งเงินตั้งแต่ต้นเดือนได้ง่ายขึ้น โดยฟีเจอร์ แผ่นออมเงิน ใน MAKE by KBank สามารถช่วยตั้งเป้าหมายและติดตามความคืบหน้าการออมได้
หากเงินเดือน 20,000 บาทและมีค่าใช้จ่ายเยอะ ไม่จำเป็นต้องฝืนเก็บ 5,000 บาทตั้งแต่แรก ลองเริ่มที่ 2,000 บาทก่อน หากทำได้ต่อเนื่องและรายได้เพิ่มขึ้น ค่อยขยับเป็น 3,000 หรือ 4,000 บาท
หลักง่าย ๆ คือ เก็บจำนวนที่ทำได้ทุกเดือน ดีกว่าตั้งเป้าสูงเกินไปแล้วหยุดเก็บกลางทาง
ลองแบ่งเงินทันทีหลังเงินเดือนเข้า เช่น เงินเดือน 25,000 บาท แบ่งเป็นเงินเก็บ 5,000 บาท และเงินสำหรับค่าใช้จ่าย 20,000 บาท จากนั้นแยกเงินเก็บออกจากเงินที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถใช้ Cloud Pocket ใน MAKE by KBank เพื่อแบ่งเงินเป็นสัดส่วนตามเป้าหมาย เช่น
เมื่อเงินแต่ละก้อนมีหน้าที่ชัดเจน ก็ช่วยลดโอกาสหยิบเงินเก็บมาใช้ปนกับค่าใช้จ่ายประจำ
การเก็บเงินจะง่ายขึ้นเมื่อรู้ว่าเงินของตัวเองหายไปกับอะไร ลองใช้เวลา 10 -15 นาทีช่วงสิ้นเดือนเพื่อเช็กว่า
Expense Summary ในแอป MAKE สามารถช่วยดูภาพรวมรายรับ-รายจ่าย ทำให้เห็นพฤติกรรมการใช้เงินและนำข้อมูลย้อนหลังมาปรับแผนออมในเดือนต่อไปได้
สิ่งที่ควรทำตอนอายุ 25 ไม่ได้มีแค่การสะสมเงิน แต่ควรสร้างต้นทุนชีวิตด้านอื่นไปพร้อมกัน เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถส่งผลต่อชีวิตในระยะยาวได้เช่นกัน
ลองแบ่งเงินและเวลาเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ ๆ เช่น ภาษา โปรแกรม หรือทักษะที่เกี่ยวข้องกับสายงาน เพราะความรู้ที่เพิ่มขึ้นอาจช่วยต่อยอดโอกาสในการทำงานและเพิ่มรายได้ในอนาคต
หากมีเป้าหมายอย่างแต่งงาน ซื้อบ้าน หรือดูแลครอบครัว ลองเริ่มตั้งเป้าหมายตั้งแต่เนิ่น ๆ เช่น ต้องการเก็บเงิน 120,000 บาทภายใน 2 ปี ก็สามารถคำนวณได้ว่าต้องเก็บประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน และแยกเงินก้อนนี้ออกจากเงินใช้จ่ายประจำ
การออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพ และดูแลสุขภาพใจ เป็นสิ่งที่ควรเริ่มตั้งแต่อายุ 25 เพราะสุขภาพที่ดีเป็นต้นทุนสำคัญสำหรับการทำงานและใช้ชีวิตในระยะยาว
ดังนั้นหากถามว่า อายุ 25 ควรมีเงินเก็บเท่าไหร่ อาจใช้ตัวเลขเป็นแนวทางในการตั้งเป้าหมายได้ แต่ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับคนอื่น หากวันนี้ยังมีเงินเก็บไม่มาก ลองเริ่มจากจำนวนที่ทำได้จริง แยกเงินเก็บออกจากเงินใช้ และเช็กความคืบหน้าทุกเดือน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การมีเงินก้อนใหญ่ในวันอายุ 25 แต่คือ การเริ่มสร้างวินัยทางการเงินตั้งแต่วันนี้
อยากเริ่มจัดการเงินให้เป็นระบบ ใช้ MAKE by KBank ช่วยแยกเงินสำหรับใช้จ้ายและเงินออมผ่าน Cloud Pocket พร้อมตั้งเป้าหมาย เช่น เงินสำรองฉุกเฉินหรือท่องเที่ยว ทำให้จัดสรรและติดตามเงินได้ง่ายขึ้น เริ่มวางแผนเงินเก็บของตัวเองได้แล้ววันนี้ ดาวน์โหลดได้ที่ App Store และ Google Play