สแกนเพื่อดาวน์โหลด
MAKE logo
MAKE logo

Passive Income มีอะไรบ้าง? แนะนำ 5 ช่องทางสร้างรายได้ระยะยาว

# อายุ 30+ ต้องรู้!

Passive_income.png

Passive Income คืออะไร ต่างจากรายได้ทั่วไปยังไง?

Passive Income คือรายได้ที่ยังมีโอกาสเข้ามาได้ แม้ไม่ได้ทำงานในเวลานั้น โดยอาจต้องลงแรงหรือใช้เงินลงทุนตั้งแต่แรก เช่น ลงทุนในหุ้นแล้วได้รับเงินปันผล หรือทำ E-book เสร็จแล้วนำไปขายซ้ำ

ส่วน Active Income คือรายได้ที่ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงิน เช่น ทำงานประจำแล้วได้รับเงินเดือน รับงานฟรีแลนซ์แล้วได้ค่าจ้าง หรือขายของแล้วมีรายได้จากการขาย

ทำไมคนถึงอยากมี Passive Income?

Passive Income ช่วยเพิ่มช่องทางรายรับและลดการพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงทางเดียว ทำให้มีเงินอีกส่วนสำหรับใช้จ่าย ออม หรือต่อยอดในอนาคต แต่การสร้างรายได้รูปแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องลงแรงเลย เพราะแต่ละช่องทางยังต้องใช้เวลา เงินทุน หรือการดูแลในช่วงเริ่มต้น

Active Income กับ Passive Income ควรโฟกัสอะไรก่อน?

Passive_income_02.png ควรสร้าง Active Income ให้แข็งแรงก่อน แล้วค่อยนำเงินออมส่วนเกินมาต่อยอดเป็น Passive Income เพราะรายได้จากงานหลักช่วยสร้างกระแสเงินสด เงินสำรองฉุกเฉิน และเงินทุนตั้งต้นสำหรับการลงทุน

เริ่มจาก Active Income เพื่อสร้างฐานเงินทุนตั้งต้นให้มั่นคง

รายได้จากอาชีพหลักควรเป็นฐานสำคัญในการสร้างเงินออม เริ่มจากจัดการค่าใช้จ่ายและเก็บเงินให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน จากนั้นจึงแยกเงินก้อนที่พร้อมนำไปลงทุนโดยไม่กระทบค่าใช้จ่ายประจำ

ต่อยอดสู่ Passive Income เมื่อเริ่มมีเงินออมส่วนเกิน

เมื่อมีเงินออมส่วนเกินจึงค่อยแบ่งมาต่อยอดในสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทน เช่น หุ้นปันผล กองทุนรวมหรือบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง โดยเลือกให้เหมาะกับเงินทุนและความเสี่ยงที่รับได้

บริหารทั้งสองทางควบคู่กัน

การมี Active Income ควบคู่กับ Passive Income ช่วยให้การเงินมีหลายทางรองรับ งานหลักช่วยรักษาสภาพคล่อง ขณะที่เงินออมหรือเวลาว่างสามารถนำมาต่อยอดรายได้อีกทาง จน Passive Income เติบโตมากขึ้นในระยะยาว

3 ข้อดีของการมี Passive Income ทำไมถึงควรเริ่มตั้งแต่วันนี้

การมี Passive Income ไม่ได้หมายถึงการมีเงินเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดการชีวิตและการเงิน โดยประโยชน์สำคัญมีดังนี้

1. มีอิสระทางเวลามากขึ้น

เมื่อรายได้จาก Passive Income ช่วยรองรับค่าใช้จ่ายได้บางส่วน ก็อาจมีเวลาเหลือสำหรับครอบครัว งานอดิเรก หรือเป้าหมายอื่นมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งรายได้จากการทำงานเพียงทางเดียว

2. ช่วยลดความเสี่ยงทางการเงิน

การมีรายได้หลายทางช่วยลดการพึ่งพารายได้จากงานประจำเพียงช่องทางเดียว หากรายได้หลักสะดุด ก็ยังมีรายได้หรือเงินสำรองจากส่วนอื่นมาช่วยรองรับค่าใช้จ่าย

3. ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ

การเริ่มสร้าง Passive Income ตั้งแต่มีรายได้ประจำ ช่วยให้มีเวลาสะสมและต่อยอดรายได้ก่อนถึงวัยเกษียณ ทำให้มีอีกหนึ่งแหล่งรายได้รองรับช่วงที่รายได้จากการทำงานลดลง

5 ช่องทางสร้าง Passive Income มีอะไรบ้าง?

ช่องทางสร้าง Passive Income มีหลายแบบและไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเงินก้อนใหญ่เสมอไป โดยเลือกได้ตามเงินทุน ความถนัด และเวลาที่มี เช่น

1. ลงทุนกองทุนรวมหรือหุ้นปันผล

การลงทุนกองทุนรวมเป็นอีกทางเลือกในการต่อยอดเงิน โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ โดยสามารถสร้าง Cloud Pocket ประเภท ‘Cloud Pocket กองทุนรวม’บนแอป MAKE by KBank โดยสามารถเริ่มลงทุนกองทุนรวมได้ตั้งแต่ 1 บาท พร้อมเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของตัวเอง

เงินลงทุนจะแสดงในรูปแบบ Cloud Pocket ทำให้เห็นเงินลงทุนแยกจากเงินส่วนอื่นได้ชัดเจน และสามารถดูประวัติการซื้อ-ขายในรูปแบบแชทได้ง่าย ช่วยให้ติดตามการลงทุนและจัดการเงินได้สะดวกขึ้น

2. ฝากเงินในบัญชีดอกเบี้ยสูง

การฝากเงินเป็นทางเลือกที่เริ่มต้นง่าย เหมาะกับคนที่ต้องการพักเงินและรับดอกเบี้ยโดยไม่ต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความผันผวน โดยสามารถแยกเงินไว้ในบัญชี MAKE by KBank ด้วยฟีเจอร์ Cloud Pocket หรือกระเป๋าสำหรับเป้าหมายต่าง ๆ เพื่อช่วยให้จัดการเงินได้เป็นระบบ แยกเงินใช้ออกจากเงินเก็บ

3. ขายสินค้าดิจิทัล เช่น คอร์สออนไลน์หรือ E-book

สินค้าดิจิทัลสามารถทำครั้งเดียวแล้วนำมาขายซ้ำได้ เหมาะกับคนที่มีความรู้หรือทักษะเฉพาะทาง เช่น การทำ E-book หรือคอร์สออนไลน์ และอาจแบ่งรายได้แต่ละส่วนมาเก็บเป็นเงินออมทันที เช่น 20-30% ของยอดขาย

หากต้องการเก็บเงินแบบอัตโนมัติ ฟีเจอร์แบ่งเงินล่วงหน้าของ MAKE สามารถตั้งให้แบ่งเงินจากกระเป๋าที่รับรายได้ไปยัง Cloud Pocket ตามจำนวนที่กำหนดไว้ทุกเดือนได้

4. รับค่าคอมมิชชันจาก Affiliate Marketing

Affiliate Marketing คือการแนะนำสินค้าและรับค่าคอมมิชชันเมื่อมีคนซื้อผ่านลิงก์ จึงไม่จำเป็นต้องสต๊อกหรือจัดส่งสินค้าเอง แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างคอนเทนต์และฐานผู้ติดตาม

5. สร้างคอนเทนต์แล้วรับรายได้จากโฆษณา

การสร้างคอนเทนต์บน YouTube, Blog หรือ Podcast สามารถต่อยอดเป็นรายได้จากโฆษณาได้ แต่ต้องใช้เวลาในการสร้างฐานผู้ชมและทำคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอก่อน

อยากสร้าง Passive Income ให้ต่อเนื่อง ต้องเริ่มต้นจากอะไร?

Passive_income_03.png การสร้าง Passive Income ที่ยั่งยืนควรเริ่มจากการเตรียมเงินสำรอง แยกเงินทุน และวางระบบจัดการรายได้ให้ชัดเจน เพราะหัวใจไม่ได้อยู่ที่การหารายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่คือการรักษาและต่อยอดรายได้ให้เติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ

เตรียมเงินสำรองฉุกเฉินและเงินทุนตั้งต้น

ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินประมาณ 3-6 เดือน และแยกเงินทุนสำหรับลงทุนออกจากเงินใช้จ่าย เพื่อป้องกันไม่ให้ต้องดึงเงินลงทุนออกมาใช้เมื่อเกิดเหตุจำเป็น โดยใช้ Cloud Pocket แยกเป็นกระเป๋า “เงินสำรองฉุกเฉิน” และ “เงินทุนตั้งต้น” ได้

ดูแลรายได้ Passive Income ที่สร้างมา

เมื่อเริ่มมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ ควรตรวจสอบรายรับและรายการเงินเข้าเป็นระยะ เพื่อให้เห็นภาพว่าแต่ละเดือนมีรายได้เท่าไร และสามารถขอ Statement ผ่านแอป MAKE เพื่อใช้ตรวจสอบรายการย้อนหลัง รวมถึงนำไปประกอบการยื่นภาษีหรือขอสินเชื่อได้ตามความเหมาะสม

Passive Income ที่ยั่งยืน เริ่มจากวินัยทางการเงิน

ไม่ว่าจะเลือกอาชีพที่เป็น Passive Income แบบไหน สิ่งสำคัญคือการวางแผนเงินทุน แยกเงินให้ชัด และเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ เพราะ Passive Income ไม่ได้จบแค่วันที่เริ่มมีรายได้ แต่ต้องดูแลเงินที่ได้มาให้ต่อยอดได้ในระยะยาว MAKE by KBank ช่วยแยกเงินสำหรับเงินทุนและเป้าหมายต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น พร้อมเริ่มวางแผน Passive Income ของตัวเองได้ตั้งแต่วันนี้ ดาวน์โหลดได้ทาง App Store และ Google Play

กลับไปหน้าแรก

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ